ศูนย์กักแยกปทุมธานี โมเดลทางรอดโควิด-19 ทางออก ผู้เข้าข่ายเสี่ยงติดโรค แต่ไม่มีที่กักตัวเอง

แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ใครๆก็ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า อย่าเพิ่งวางใจ นั่นเป็นเพราะ เมื่อย้อนดูประเทศจีน ต้นกำเนิดของไวรัสชนิดนี้ จะพบว่า ล่าสุด กลับมาพบผู้ติดเชื้ออีกครั้ง ภายในวันเดียว 99 คน (12เม.ย.)


การตัดวงจรโควิด-19 จึงไม่เพียงแต่ต้องค้นหาผู้ติดเชื้อ แต่ยังต้อง กัก-แยก คนที่มีโอกาสติดเชื้อ ด้วย แต่ก็ต้องยอมรับ ว่า พูดง่ายทำยาก เพราะ สังคมไทย เป็นครอบครัวใหญ่ อยู่บ้านเดียวกันหลายคน หรือ ต่อให้แยกไปอยู่คอนโด ก็ต้องใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกับคนเป็นสิบ เป็นร้อยคน การจะกักตัวอยู่เงียบๆคนเดียว จึงไม่ใช่เรื่องง่าย


“ศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยกเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ ปทุมธานี”


เป็นหนึ่งในโครงการที่จัดทำขึ้น เพื่อตอบโจทย์การกักแยกผู้ที่ควรสังเกตอาการว่าติดโควิด-19 หรือไม่ ที่สำคัญ ไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่สตางค์แดงเดียว

สถานที่กักแยก ไม่ใช่ “โรงพยาบาลสนาม” และ ไม่ได้มีไว้เพื่อให้ผู้ติดเชื้อมาพักอาศัย แต่เป็นสถานที่ที่จัดเตรียมไว้ให้คนที่เป็นกลุ่มเสี่ยงต้องกัก-แยกตัวเองออกจากสังคมเดิมที่เคยอยู่ แต่ไม่สามารถทำได้ เพราะ อย่างที่บอกไปตอนต้น คนไทยอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่ ใช้ห้องน้ำร่วมกัน กากจะแยกตัวออกจากครอบครัวไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย บางครอบครัวอาจทำไม่ได้เลย เช่น ครอบครัวที่พ่อแม่ลูกนอนอัดกันในห้องเดียวกัน ครอบครัวที่ทั้งบ้านมีห้องน้ำที่ใช้ร่วมกันเพียงห้องเดียว หรือ แม้แต่คนที่อยู่คอนโด อยู่แหลต หอพัก ที่ต้องใช้ลิฟต์ ใช้ที่จอดรถ ร่วมกับคนอื่น ที่สำคัญ ไม่สามารถแยกไปเช่าห้องพักตามโรงแรม หรือ ไปอยู่อาศัยที่อื่นๆได้ เพราะ มีปัจจัยเรื่องค่าใช้จ่าย


“ศูนย์ที่พักอาศัยเพื่อการกักแยกเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ ปทุมธานี” นอกจากออกแบบมาเพื่อให้เข้าพักฟรี ยังมีบริการเครื่องอุปโภค บริโภค มีอาหารครบ 3 มื้อ และอยู่ห่างไกลจากชุมชน ไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรังเกียจ เพราะ พื้นที่มีอาณาบริเวณโดยรอบอาคารที่ใช้เป็นที่กักแยกกว้างขวาง อากาศถ่ายเทได้สะดวก ผู้ที่เข้ารับการกักแยกอยู่ในห้องส่วนตัวห้องละ 1 คน มีห้องน้ำในตัว และไม่มีบุคคลอื่นเข้าไปในห้องนั้น


แน่นอน ไม่ใช่ใครจะเข้าพักที่นี่ก็ได้ เพราะ ต้องผ่านการคัดกรองจากโรงพยาบาลของรัฐ ใน จ.ปทุมธานี เมื่อผ่านการคัดเลือก จะถูกส่งตัวมาที่ศูนย์ด้วยรถพยาบาลที่มาตรการในการป้องกันการติดเชื้อตามมาตรฐาน ไม่ปะปนกับใครในระหว่างการเดินทาง และเมื่อมาถึงที่ศูนย์ ก็จะมีเส้นทางเดินที่กำหนดไว้เฉพาะ ใช้ลิฟต์แยกกัน โดยมีพยาบาลที่สวมชุดPPE บริการให้ ตลอดการเดินทาง ผู้เข้าการกักแยกจะไม่ได้สัมผัสอะไรเลย เพราะ จะมีคนค่อยให้บริการ สิ่งแรกที่ผู้กักแยกโรคจะได้สัมผัส คือ ประตูลูกบิดห้องที่จะเข้าพัก ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เพื่ออำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อรักษาความปลอดภัยด้านสาธารณสุขขั้นสูงสุด

นอกเหนือจากอาหารครบ 3 มื้อ ผู้เข้ารับการกักแยกโรคจะได้รับ อุปกรณ์ดำรงชีวิต เช่น เสื้อผ้าที่ซักแล้วแห้งไว มีอุปกรณ์ซักผ้า เตรียมไว้ให้ รวมถึง มีบริการอินเตอร์เน็ตและสามารถติดต่อกับครอบครัวได้


หากผู้เข้ารับการกักแยกคนใด มีอาการป่วยที่เข้าข่ายว่าจะติดเชื้อ ทีมแพทย์และพยาบาล จะประเมินอาการ และประสานรถพยาบาลนำตัวไปที่โรงพยาบาลทันทีด้วยรถพยาบาลที่ได้มาตรฐาน โดยผู้ป่วยจะไม่ได้พบเจอกับผู้เข้ารับการกักแยกคนอื่น และไม่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับพยาบาล เพราะต้องลงมาที่รถพยาบาลเอง ตามเส้นทางที่กำหนดให้ โดยมีลิฟต์ที่แยกไว้เฉพาะสำหรับผู้ที่มีอาการเท่านั้นจะใช้เป็นทางลง ไม่ปะปนกับลิฟต์ตัวอื่น

การเข้าพักที่นี่ ผู้เข้ารับการกักแยกจะอยู่จนครบ 14 วัน  เมื่อครบแล้วศูนย์จะออกใบรับรองจากโรงพยาบาลให้ด้วย เพื่อให้ใช้เป็นหลักฐานยืนยันกับคนในชุมชนว่า ไม่ติดเชื้อ

ส่วนการทำความสะอาด หลังผู้กักแยกออกไปแล้ว เจ้าหน้าที่จะเปิดให้แสงแดดและลมเข้ามาฆ่าเชื้อประมาณ 2 วัน ก่อนจะใช้เวลาทำความสะอาดตามขั้นตอนอีก 2 วัน จึงจะให้ผู้กักแยกรายใหม่เข้าพักได้


สำหรับศูนย์นี้เกิดขึ้นจากการระดมความคิดของคนในหลายสาขาอาชีพ ทั้ง แพทย์ พยาบาล นักเศรษฐศาสตร์ นักปกครอง วิศวกร สถาปนิก ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน โดยได้แรงสนับสนุนหลักจากเครือข่ายด้านหลักนิติธรรมและการพัฒนา (RoLD) ของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) จึงจัดตั้งศูนย์ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และเริ่มดำเนินการเป็นศูนย์กักแยกกลุ่มผู้เกณฑ์เฝ้าระวัง (PUI) ประจำจังหวัดปทุมธานีแล้ว โดยรองรับกลุ่มผู้เข้าเกณฑ์เฝ้าระวังจากโรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดปทุมธานี


ส่วนจังหวัดอื่นๆกำลังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเพื่อนำโมเดลนี้ไปพัฒนาต่อ ซึ่งชุมชนที่อยู่ใกล้ศูนย์ลักษณะนี้ จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เพราะหากมีผู้ที่เข้าข่ายต้องกักตัวเอง 14 วัน เพราะไปยังสถานที่เสี่ยง หรือมีประวัติพบปะกับผู้ติดเชื้อ ก็สามารถเข้าไปกักแยกตัวเองที่ศูนย์ ช่วยให้ครอบครัวไม่ต้องและคนในชุมชนอาศัยอยู่ได้อย่างสบายใจ รวมถึง ศูนย์ฯ ยังสร้างรายได้ให้ชุมชนด้วยการจ้างงานคนในชุมชนใกล้เคียง มาเป็นเจ้าหน้าที่ จ้างคนในชุมชนมาเป็นแม่ครัว ซื้อวัตถุดิบทำอาหารจากชุมชน ซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคของผู้เข้ารับการกักแยกจากร้านค้าในชุมชน