เกาะเวทีดูไอดอลสาวน้อยใต้หน้ากาก kamen joshi


สำหรับคนที่ติดตามสารคดีเกี่ยวกับดนตรี น่าจะเคยได้ยินชื่อของหนังอย่าง “Tokyo Idol” หนังที่ตามติดชีวิตของไอดอลที่ยังไม่ได้มีชื่อเสียง และชีวิตของเหล่าโอตะที่ติดตามและสนับสนุนเธอตอนนี้คุณสามารถหาดูได้ใน Netflix นะครับ หลังจากที่เราดูจบ ก็มีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า เราอยากรู้บรรยากาศของคนที่เข้าไปดูใน Theater ของเหล่าไอดอล ที่ยังไม่ได้เป็นที่โด่งดังมากเราอยากรู้ว่าชีวิตโอตะญี่ปุ่นจะเหมือนกับในหนังที่เราดูมั้ย?เราได้แต่เก็บความสงสัย แล้วบินไปที่ญี่ปุ่นเพื่อไปค้นหาคำตอบจากย่านอากิฮาบาระ อันที่เป็นรู้กันว่านั่นคือสวรรค์ของคนรักอนิเมะ และไอดอลครับ..สารภาพว่าเราไปอย่างไม่รู้อะไรอะไรทั้งสิ้นรอบแรกเราเดินเข้าไปยัง Theater ของ AKB48 แน่นอนครับ เราสื่อสารกับกับเขาไม่สำเร็จ และมารู้ทีหลังว่าต้องจองตั๋วล่วงหน้า ก็เป็นอันเข้าใจว่าหมดสิทธิ์ไปแล้วหนึ่งที่รอบที่สองเราเข้าไปยัง Theater อีกแห่งหนึ่งในย่านอากิฮาบาระเช่นกัน เพื่อลองดูว่าจะได้ชมการแสดงของไอดอลที่ยังไม่ได้โด่งดังมากนัก ก็เช่นเคยครับ เรายังคงสื่อสารกับกับเขาไม่สำเร็จ  ได้แต่เดินจากออกมาจนคิดว่าจะถอดใจแล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่น..จนกระทั่ง

เราเจอใบปลิวและ แผ่นพับพวกเธอที่อากิฮาบาระ และพอดีเราเคยเห็นพวกเธอในหน้าข่าวบนเว็บภาษาไทย และมีโอตะรุ่นน้องเคยแนะนำไว้ ลองเสี่ยงดูอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไป  เหมือนดูว่าโชคจะเข้าข้างผมบ้างแล้ว ใครจะรู้ว่าใบปลิวและแผ่นพับ นั่นคือใบเบิกทางในการเดินเข้าไปดูโชว์ของวงไอดอลใต้ดินที่ชื่อว่า  “Kamen Joshi”พวกเธอคือใครภายใต้หน้ากากKamen Joshi (仮面女子) ชื่อวงของพวกเธอแปลว่า "Masked Girls"

แปลแบบไทยๆ ว่าเป็นเด็กสาวใต้หน้ากาก โดยเอกลักษณ์วงของพวกเธอ ซึ่งจะแตกต่างจากวงไอดอลทั่วไป คือการสวมหน้ากากขณะที่ออกสื่อ เราจะเรียกว่าพวกเธอเป็นวงไอดอลแบบใต้ดินก็ได้ แต่อย่างน้อยพวกเธอก็มีซิงเกิ้ลที่ติดชาร์ทเพลง Oricon เมื่อเดือนมกราคมปี 2015และ ขายไปได้ 130,000 ชุด กับเพลง 

การมาดูพวกเธอแสดงสดก็ไม่ยากครับ คือพวกเธอมีโชว์แทบจะทุกวันที่  P.A.R.M.S Theater ชั้น 7 แถวอากิฮาบาระนั่นล่ะแล้ววงมีการแบ่งเป็นสี่ชุดคือชุดรวมทั้งหมด แล้วแยกตามยูนิตย่อยคือ  Alice Juban  ,Steam Girls และ Armor Girls

 

อะไรคือไอดอลใต้ดิน

รู้จักพวกเธอคร่าวๆ แล้ว คือเราต้องเข้าใจก่อนว่าวงไอดอลในญี่ปุ่นที่นี่มีเยอะถึงเยอะมากครับ แต่อย่างที่เรารู้จักกันเยอะๆ ก็อย่าง Morning Musume , 48 Group เช่น ABK 48 NMB 48  HKT48   หรือว่า Nogizaka46แต่สภาพการแข่งขันก็ไม่ใช่เพียงแค่นั้น ลองถ้าคุณเดินเข้าร้านอย่าง Tower Record คุณจะพบว่ามีโซนต่างหากสำหรับวงไอดอลโดยเฉพาะ ยังมีวงอีกมากมายที่เราอาจจะไม่เคยรู้จัก หรือถูกรู้จักเฉพาะกลุ่มทำไม Kamen Jochi ถึงต้องเป็นวงไอดอลใส่หน้ากาก

Kamen Joshi มีสโลแกนว่า NO MASK!!! NO LIFE!!!

คือสโลแกนพวกนี้ฮิตจริงจังมาก ขนาดเดินผ่านป้ายโฮสต์บาร์ยังเขียนข้างหน้าเลย

NO HOST  NO LIFEวงนี้ทางต้นสังกัดอย่าง Alice-Project นี่ก็ดูจะคิดคอนเซ็ปต์แบบขบถปนขวางโลกนิดๆ คือ พวกเขาออกตัวว่าพวกเขาก็เป็นแค่เอเจนซี่เล็กๆ   แล้วทำไมต้องยึดติดภาพลักไอดอลเดิมๆ ทำไมต้อง เด็กผู้หญิงต้องไปแบกรับความกดดันในการพยายามออดิชั่น รวมไปถึงต้องแบกรับเรื่องอื่นๆ อีกมาก เช่น ในแง่ที่มีคนพยายามเข้ามาหาผลประโยชน์กับพวกเธอ การเรียกร้องค่าใช้จ่าย หรืออาจจะรวมไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศ การใส่หน้ากากก็เหมือนสะกิดต่อมคิดทางสังคมของโอตะ และผู้คนทั่วไปว่า ผู้ชมจำเป็นต้องยึดติดกับหน้าตาของไอดอลเป็นอย่างแรกอย่างนั้นหรือถึงพวกเธอจะใส่หน้ากากออกสื่อ แต่เอาเข้าจริงพออยู่ใน Theater พวกเธอก็ถอดหน้ากากนะครับ ดูในภาพรวมแล้วก็คือเด็กสาวทั่วไปนี่ล่ะ 


โลกหลังหน้ากากไอดอล

ครั้งแรกเรากดลิฟท์ไปที่ชั้น 7 อันเป็น  Theater ของวง เราเจอโอตะที่นั่งเขียนป้ายไวนิลอยู่เจอคนที่ต่อคิวกันเข้าไปในประตูดูเหมือนวงจะเริ่มเล่นพอดี แต่ดูเหมือนมีบางสิ่งบอกว่า พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้มีตั๋วขายแน่ๆ จนเราลงไปที่ชั่น 1 อีกครั้ง แล้วเจอที่เคาท์เตอร์ขายตั๋วพอดี สนนราคาค่าเข้าอยู่ที่ 1500 Yen ครับ พอได้ตั๋วมานั่นเหมือนเราได้กุญแจดอกใหม่เข้าไปในโลกที่เราไม่เคยรู้ ไม่เคยสัมผัส

Theater แห่งนี้จุดคนดูได้สูงสุด 400 คน แต่วันที่เราเข้าไปดู ที่ยังเหลือแบบว่างๆ แต่ก็ไม่ได้น่าแปลกใจ เพราะรอแรกของโชว์คือ 5 โมงเย็นๆ เกือบๆ  6โมง พอยืนโยกกันได้แบบหลวมๆ คนดุรายล้อมเราคือมีตั้งแต่วัยรุ่นที่คุณสามารถพบเจอพวกเขาได้ในแถบนั้น มีพนักงานบริษัทในชุดสูท ที่เราดูแล้วรู้สึกว่าเขาควรจะอยู่ในระดับผู้จัดการ คนเดินถนนทั่วไปที่เราดูก็รู้ว่านี่คือลักษณะของโอตะและที่สำคัญเหล่ามนุษย์ลุงของจริงที่จำนวนไม่ได้น้อยไปกลุ่มคนพวกแรกที่เรากล่าวถึงเลย


โลกของโอตะของไอดอลใต้หน้ากาก


การแสดสดงของ Kamen Joshi ก็ไม่ทำให้เราผิดหวังเท่าไหร่ แม้ว่าที่หน้าเว็บไซต์ของวงจะเขียนไว้สามรถแปลเป็นไทยได้ว่า จะมีใครคาดหวังความสมบูรณ์แบบจากเด็กสาวกลุ่มนี้เหรอ เราได้ฟังเพลงแบบไอดอลที่ที่สาดเข้ามาในแบบ Metal , Electronic Pop  เราได้เห็นพวกเธออปรากฎตัวออกมาใน theme ของยูนิตย่อย และเห้นโฉมหน้าที่แท้จริงใต้หน้ากากร้องเล่น เต้นไม่พัก และตบท้ายด้วยการพูดคุยบนเวทีที่มีแต่มุกตลก  แต่ที่เราสนใจจะแลไม่แพ้กันคือวัฒนธรรมการดูไอดอลแบบญี่ปุ่นนั่นล่ะ แท่งไฟยังคงถูกใช้เป็นสื่อถึงการให้จังหวะ ความคลั่งไคล้ และการสนับสนุน ไม่ว่าข้างนอกคุณจะเป็นใครมีหัวโขนแบบไหน อายุเท่าไหร่ ในนี้คุณมีสถานะเดียวที่เท่าเทียมกัน นั่นคือการเป็นโอตะเราเห็นทั้งการโบกแท่งไฟ เห็นการพยายามวิ่งจากซ้ายไปขวา ตามไปเป็นขบวนรถไฟหลังจากการวิ่งนำของไอดอล เห็นการวิ่งไปหน้าเวทีเพื่อนำเสียงเชียร์คนที่วิ่งกันไปหัวแถวน่ะ ไม่ใช่วัยรุ่นยี่สิบกว่านะนะครับ แต่เป็นคนรุ่นวัยทำงานจนไปถึงรุ่นลุงทั้งนั้นดูเหมือนว่านี่คือสถานที่ที่พวกเขาได้ปลดปล่อยตัวตนอีกด้านที่อยู่ข้างในออกมาไปพร้อมๆกับเสียงเพลง และผู้คนที่แวดล้อมไปด้วยความชอบแบบเดียวกันแต่นอนครับกฎของพวกเขาก็มีอยู่คือ “ห้ามถ่ายภาพ” ซึ่งก็มีโอตะในชุดสูทหันมาบอกกับเราด้วยท่าทีที่อ่อนน้อม

เรายอมรับว่าโชว์ของพวกเธอนั้นเดือดมากที่เดียว แต่ที่พีคสุดคือการที่มีการขนเรือยางมากลางเวทีแล้วมีไอดอลนั่งบนเรืองยางแล้วแบกส่งต่อกันไปด้วยแรงไหล่ของเหล่าโอตะคือเวลาผมดูคอนเสิร์ตสาย Metal ก็เจอะเจอพวก Stage Diving เป็นเรื่องปกติมาก แต่เราก็ไม่คิดว่าโชว์ของไอดอลจะเดือดได้ขนาดนั้น


วงไอดอลใต้ดินมีรายได้มาจากทางไหน

คือเอาแค่ลำพังค่าตั๋วเข้าชมเนี่ยคงอยู่ลำบาก เพราะตอนที่ผมไปเข้าดูตั๋วก็ไม่ได้แพงมาก บัตรค่าเข้าชมวันธรรมดา  1500  Yen   และ 2500 Yen สำหรับวันหยุด แล้วหลังจากที่คุณซื้อตั๋วเข้าชมเนี่ย เขาจะมีคูปองแลกอาหารและเครื่องดื่มครับ ประมาณ 800 Yenซึ่งโค้กในนั้นแก้วละ 300 Yen และน้ำเปล่า 200 Yenหรือจะแลกมาเป็นข้าวหน้าแกงกะหรี่ก็ได้นะครับสำหรับคนที่หิวจริงๆ ส่วนหน้างานก็มีของที่ระลึกขายเหมือนวงไอดอลทั่วไปครับมีเสื้อ มี CD อัลบั้มเต็ม หรือว่า ซิงเกิ้ล  และ DVD Concert วางขาย

ซึ่งทั้งหมดนี้สตาฟไม่ได้นับเงินสดจากมือเรานะครับ เราต้องไปกดตู้ที่อยู่ใน theater ด้านหลังนั่นล่ะราคา CD ไม่ได้แพงนะครับอยู่ที่ 1000 Yen ซึ่งก็ตามมาตรฐานของศิลปินใต้ดินทั่วๆ ไปในญี่ปุ่นหรือคุณจะสนับสนนการเช่า และซื้อเพลงของพวกเธอก็ได้ผ่าน itunes

ถามว่ามีงานจับมือมั้ย ก็ตอบเลยว่า “มี” หลังการเสร็จการแสดงซึ่งโชว์ปิดท้าย ก็มากันครบทุกคนที่ขึ้นแสดงแบบนี้นั่นล่ะครับ มีโบกธงแสดงความเกรียงไกรของวงด้วย จากนั้นก็ถึงเวลาของการ “จับมือ”  

อยากจับมือน้อง อยากพูดคุยใช่มั้ยครับ วิ่งไปกดที่ตู้เลยครับรับคูปองมาแล้วก็วิ่งไปต่อแถวข้างเวทีซึ่งช่วงเวลาการจับมือก็ตามมาตรฐานไอดอลทั่วไป แต่ไมไ่ด้มีอะไรมากั้นมากมาย ก็เดินขึ้นเวทีตามลำดับกันไป จนกระทั้งหมดเวลาตามกำหนด

 

ชีวิตหลังลงเวทีของไอดอลใต้ดิน

อย่างผมดูคอนเสิร์ตในไทยทั่วไป นักร้องลงจากเวทีก็เข้าห้องศิลปินที่ด้านหลังกันไปแต่อย่าคิดว่าชีวิตไอดอลใต้ดินจะสวยหรูอะไรแบบนั้น หลังรับบทนางฟ้าที่เหล่าโอตะอยากจะจับมือ เข้ามาพูดคุย สุดท้ายพวกเธอก็ต้องแบกกล่อง แบกของที่ใช้ในการแสดงเดินเข้าไปข้างหลังเวทีเหมือนนักดนตรีที่เล่นกลางคืนทั่วๆไป ไม่ได้โบกมือลาไปสวยๆ แล้วหายลับกับหลังเวทีอย่างที่พวกเราคิด  จะว่าไปเราคิดว่าการเป็นไอดอลนี่ก็ไม่ได้ง่าย เพราะตอนที่เรายืนดูโชว์ที่สลับกันไปของแต่ละยูนิตเราก็เห็นคนที่ขึ้นมาก่อน ยืนซ้อมเพลงของตัวเองที่ชั้นลอย น้องๆ ไม่รู้ล่ะครับว่าผมยืนแหงนมองขึ้นไปอยู่ ดูพวกเธอตั้งใจมากทั้งที่นั่นน่าจะเป็นเวลาที่พวกเธอนั่งพักก็ได้อย่างน้อยเธอก็ได้รับความเคารพจากผมไปในฐานะของนักร้องกลุ่มนึงการได้มาดู Kamen Joshi ในครั้งนี้ถือว่าเป็นจังหวะที่ดีของชีวิตมาก ถ้าคุณมาแถววอากิฮาบาระแล้วจะแวะมาดูพวกเธอแสดงผมว่าก็คุ้มค่าแก่การเสียเวลา และค่าตั๋วอยู่ ผมเลยไม่ค่อยแปลกใจว่าทำไมสื่อระดับโลกหลายหัวถึงนำเรื่องราวของพวกเธอไปนำเสนอ ถ้าผมได้กลับไปโตเดียวอีกในครั้งหน้า หวังว่าจะได้เจอกันอีกนะครับเหล่าสาวน้อยใต้หน้ากากคุยกับผมได้ที่ twitter : @jetboat26 นะครับ