"เฌอปราง" กับทางขนานของชีวิตไอดอล และประชาธิปไตย



หลังจากที่มีข่าวดารานักแสดงหลายท่าน ได้เข้ามาเป็นส่วนของหนึ่งของรายการ "เดินหน้าประเทศไทย" ที่แพร่ภาพตอน 6 โมงเย็น แสงไฟก็พาดผ่านคนบันเทิงหลายท่านที่มาร่วมงานแล้วไปหยุดที่ "เฌอปราง" กัปตันของ BNK48


ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีตัวแทนของสมาชิกของวง BNK48 เข้าพบนายกไปแล้วครั้งหนึ่ง นั่นเลยตามมาซึ่งกระแสวิจารณ์กันว่า เธอรับใช้เผด็จการ เลือกข้างทางการเมือง หรือลามไปแม้กระทั่งว่าเธอเป็นผงซักฟอกให้กับเผด็จการ


จะว่าไป BNK48 รับงานใกล้เคียงสุดก็น้ำหอมสำหรับสาวๆ หรือว่าน้ำยาเปลี่ยนสีผมนะครับ

หรือถ้าจะมีแบรนด์สินค้าแม่บ้านแบรนด์ไหนกำลัง ลังเลใจ นี่เป็นนาทีทองของท่านแล้วครับ

ถ้าสู้ค่าตัวที่ไต่ขึ้นเอาๆ กันได้ไหว (อันนี้คนของหลายแบรนด์พูดเองนะครับ ไมได้ยกเลขมโนมา)


ผมนั่งติดตามความคิดเห็นมากมายในโซเชียล จะว่าไปก็มีการตั้งคำถามเรื่องนี้กันในช่วงสั้นๆ จนกระทั่งมีการหยิบคำพูดของนักวิชาการออกมาเป็นข่าว เพื่อยืดอายุของประเด็นเรื่องนี้บนพื้นที่สื่ออีกนิด



ก่อนที่เราจะพูดถึงค่านิยม หรือความคาดหวังของสังคมต่อสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "ไอดอล" และ "วัฒนธรรมไอดอล" มาดูก่อนว่า "ไอดอล" นั้นความหมายตามพจนานุกรม ว่าอะไร


idol [n.]  ความหมาย ตัวละคร, คน หรือสิ่งที่ได้รับความชื่นชม ที่คนพากันหลงใหล หรือคลั่งไคล้อย่างมาก


idealist[n.] ความหมาย ผู้ยึดมั่นอุดมการณ์ ผู้ยึดถืออุดมคติ


2 คำนี้มีความเชื่อมโยงกันจริงแต่ในแง่ความหมาย และการใช้นั้น แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง


เฌอปราง เป็นไอดอลใช่มั้ยถ้าวัดจากความเป็นบุคคลต้นแบบคะแนนความนิยม การที่มีแฟนคลับที่ผลักดันเธอให้ถึงฝั่งฝันที่ญี่ปุ่น มีกลุ่มแฟนคลับเดนตายอย่าง Cherodinger เราก็คิดว่านั่นคือความหมายของไอดอล


นักเคลื่อนไหว นักเรียกร้องเพื่อสิทธิมนุษยชน แน่นอนพวกเขาก็มีอุดมการณ์ของเขา เช่น เขาต้องการรัฐบาลจากการเลือกตั้งเขาเคลื่อนไหวต้องการมีส่วนร่วมของการเมืองภาคประชาชน เขาต้องการรัฐบาลที่โปร่งใส วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ นั่นคือบทบาทของนักเคลื่อนไหว


คนเราล้วนต่างมีบทบาทของตัวเองครับ แล้วทำไมถึงต้องมีการพยายามสลับบท หรือยื่นบทของ idealist ไปให้ idol 


ในฟากของนักเคลื่อนไหวบางส่วนก็พยายามยกธุรกิจบันเทิงของต่างประเทศเป็นตัวอย่าง เช่น เกาหลี


"ทำไมดาราเกาหลีถึงไม่ร่วมงานกับรัฐบาลเผด็จการ

ทำไมดาราเกาหลีเลือกที่จะอยู่ข้างประชาชน

ทำไมดาราเกาหลีกล้าเสี่ยงที่จะต่อต้านรัฐบาลโดยไม่สนใจต่อผลกระทบ"


นโยบายวัฒนธรรมของประเทศเกาหลีไม่ใช่แค่ผลิตละครให้ชาวเกาหลีดู แต่ต้องได้รับการเผยแพร่ไปยังต่างประเทศ  นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ดาราเกาหลีถึงโกอินเตอร์ไปฮอลลีวู้ดได้ ดาราเกาหลีถึงโกอินเตอร์ไประดับโลกได้


อันนี้ก็จริง ก็ถูกต้อง แต่ต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมบันเทิงทางเกาหลีก่อนนะครับ

เกาหลีไม่ได้มีวัฒนธรรมโบราณ หรือมีรากฐานวัฒนธรรมที่เก่าแก่เยอะแยะพอจะขายได้

ทางออกของเกาหลีคือ การสร้างประวัติศาสตร์ สร้างวัฒนธรรมใหม่ แล้วนำเผยแพร่ออกไปครับ


ซึ่งรัฐบาลเองก็มี Road Map ออกมาผลักดันชัดเจน ทั้งเพลง หนัง ละคร รวมไปถึง คาแรกเตอร์ดีไซน์ ซึ่งเขาทำมาสิบกว่าปีแล้ว ยังไม่รวมถึงการวางแผนของภาคเอกชน ที่ไปตีตลาดญี่ปุ่น ไปควานหาช้างเผือกจากที่ต่างๆ รวมถึงที่ไทย


แต่ถ้าจะบอกเกาหลีไม่ว่าจะเป็นละคร ภาพยนตร์ รายการบันเทิง ต้องสร้างสรรค์สังคมในทางที่ถูกต้องไปซะทุกเรื่อง แสดงว่าคงไม่เคยดูหนังอย่าง Oldman, BadGuy, Samaritan Girl, La Belle, Plum Blossom, Lies นี่รายชื่อหนังที่คาบเกี่ยวเส้นศีลธรรมล้วนๆ หนังพวกนี้ซุกตัวอยู่ในร้านหนัง Art ยุค DVD เฟื่องฟู ซึ่งพอดีผมได้ดูทุกเรื่องถึงกล้าพูด


แล้วการบอกว่า "คนรุ่นใหม่จึงได้รับการบ่มเพาะวัฒนธรรมที่ดี มีความคิดที่ดี แยกแยะเป็น

ไม่ใช่มัวเมาไปหลงอยู่กับแต่ไอดอลโดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องและความรับผิดชอบต่อสังคม"


เอาเข้าจริงอันนั้นเรื่องการแสดงออกทางการเมืองนั้นเป็นเรื่อง "ส่วนบุคคล" ผมก็ไม่เห็นว่าวงใหม่ๆ อย่าง Blackpink จะออกมาเคลื่อนไหวอะไรทางการเมืองนะครับ คือถ้าบรรดา  Producer ของ Show Me The Money ซีซั่นล่าสุดอย่าง Giriboy & Swings, Deepflow & Nucksal, Code Kunst & Paloalto, The Quiett & Changmo ออกมาล้อมวง Cypher เรื่องการบริหารของรัฐบาล หรือออก Dis แบบที่ Eminem ซัดกับ Donald Trump เมื่อไหร่ค่อยมาสะกิดผมด้วยนะ



เอาล่ะ...แล้วตกลงเขาเอา "เฌอปราง" ไปทำอะไร 

สิ่งที่ "เฌอปราง" ลงไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับรายการนี้ คือ เธอลงไปที่โรงเรียนวัดลาดระโหง ในเรื่องโครงการการศึกษาทางไกล หรือโครงการ DLTV ที่ รัชกาลที่ 9 ท่านได้ทรงริเริ่มโครงการเอาไว้ รวมถึงโครงการ ติวฟรี.com ที่เยาวชนสามารถฝึกฝนตนเอง

และติววิชาขั้นพื้นฐานก่อนที่จะไปสอบวัดผลต่างๆ ซึ่งทั้งหมดนี้มัน "ฟรี" สามารถดูได้ที่โพสต์นี้ https://www.facebook.com/bnk48official.cherprang/posts/1880824395338946


แต่ก็นั่นล่ะ ทันทีที่ข่าวของ "เฌอปราง" ออกมาแค่จิ๊ดเดียว เราก็ได้เห็นการรีบแสดงออกซึ่งความเห็น แต่น่าตกใจที่เราได้ยินปากคำแบบนี้ จากบุคคลที่มีอาชีพที่สังคมยกย่องว่าเป็น "อาจารย์" หรือว่า "Sensei"


"คือคุณน้องเฌอเป็นใคร ที่จะมาทำหน้าที่พิเศษช่วยสร้างไทย มีคุณสมบัติพิเศษใด ทำไมเราต้องฝากชีวิตไว้กับเผด็จการและนักร้องเด็ก ทำไมคุณน้องเฌอถึงได้ license ให้มาทำหน้าตรงนี้ และหน้าที่ของเธอคืออะไร เมื่อเผด็จการลงจากอำนาจแล้ว เราต้องจัดการมันทางกฎหมาย แล้วนักร้องเด็กที่ช่วยซักฟอกให้เผด็จการ เราต้องจัดการด้วยไหมคะ?"


"วิธีเดียวที่คุณน้องเฌออยากช่วยกะลาคือการส่งเสริมการพัฒนาประชาธิปไตยโดยการไม่ไปร่วมมือกับเผด็จการ แต่ระหว่างประชาธิปไตยกับเงินในกระเป๋า หลายๆ คนอาจเลือกอย่างหลัง"


เอางี้ .. ล่าสุดเฌอปรางก็แชร์บทความจาก BBC ในเรื่องของค่าใช้จ่ายทางการศึกษาระหว่างฮ่องกงกับฝรั่งเศส สามารถอ่านกันได้ที่นี่

https://www.facebook.com/bnk48official.cherprang/posts/1882112871876765


ประชาธิปไตยมันคือส่วนหนึ่งของสังคม แต่หน้าที่ของเด็กและเยาวชน คือการรับผิดชอบหน้าที่ของตนเอง ด้วยการตั้งใจเรียนเพียรศึกษา หาความรู้ใส่ตน ถ้าประเทศนี้มันยังมีการเหลื่อมล้ำทางด้านโอกาสทางการเรียน แล้วจะมีไอดอลที่เป็นต้นแบบด้านการศึกษาให้กับเด็ก และเยาวชน มาพูดเรื่องนี้นำเสนอเรื่องนี้ มันจะเป็นเรื่องเสียหายตรงไหน บางทีการเป็นอาจารย์ก็ไม่ได้หมายถึงการมีอำนาจตัดสินสังคมได้ในทุกเรื่อง


การเป็นผู้ใหญ่มันทำให้เรามีความเห็นต่างกันได้แน่นอนครับ ในเรื่องของการเมือง

แต่ทำไมเราต้องรีบไปยัดชุดความคิดที่แตกต่างกันเหล่านั้นให้เด็กและเยาวชน เขาควรจะเลือกเชื่อ เลือกบทบาทด้วยตัวเองเมื่อถึงเวลาสิ หรือว่าการที่เด็กนักเรียนเต้นท่าโอนิกิริ แล้วมันจะไปทำลายต้นกล้าประชาธิปไตย



ถ้าถามว่าในบรรดาโอตะที่ตามกันจริงๆ มีใครดราม่าเรื่องนี้กันเกิน 2-3 วันมั้ย ก็คงตอบว่า "ไม่" เพราะเวลาที่เหลือก็เอาไปดู Victory BNK48 ไม่ก็ไปรอปักตะไคร้กับคอนฯใหญ่หน้าห้างกลางเมือง อย่าง BNK48 1st 2gether Concert ไม่ก็รอรอลุ้นเรื่อง 2-shot อยู่


เหลือแต่นักวิชาการ หรือนักประชาธิไตยบางท่านที่เคลื่อนไหว แล้วไปเย้วๆ เรียกร้องกับสังคมว่าฉันถูก Bully จนบางทีผู้ชมทางโซเชียล ยังแอบตั้งคำถามในใจว่าใครกันแน่ที่เริ่มก่อน


ถ้าใครอยากจะคุยกับผมเรื่องนี้ ก็ทักมาที่ twitter ผมนะครับ @jetboat26

ส่วนตัวผมหลังเขียนบทความนี้จบ  ขอเอาเวลาไปไปเขียน code


#include <stdio.h>

int main()

{

   // printf() displays the string inside quotation

   printf("Hello, World!");

return 0;

}


แบบที่เฌอปราง และสมาชิก BNK48 เธอกำลังออกมาโฆษณารณรงค์ด้านการศึกษา เรื่องวิชาโปรแกรมมิ่งเพื่อพัฒนาศักยภาพเด็กไทยรุ่นใหม่ดีกว่า มัวแต่หายใจเข้าออกเป็นประชาธิปไตยมากไป มันจะคุยกับเด็กรุ่นใหม่ในสายเทคนิคไม่รู้เรื่องครับ