พ.ร.บ.คู่ชีวิต อาจจะไม่ใช่คำตอบของยุคนี้



เพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งโอดมาว่า “เมื่อไหร่พี่จะได้จดทะเบียนสักที นี่เกือบจะยี่สิบปีแล้วนะที่อยู่ด้วยกันมา

ผมเกือบจะตอบกลับไปว่า

แหมพี่ ...รอมาได้ตั้ง 19 ปี รออีกนิดสิ แต่...ผมก็ไม่ได้ตอบแบบนั้นออกไป เพราะน้ำเสียงของเขาสะท้อนความรู้สึกและทำให้ผมเห็นภาพอะไรหลายๆ อย่าง

ความรู้สึกเนื้อแท้ของคนที่อยากได้บางสิ่ง เป็นสิ่งที่เพื่อนชายหญิงของเขาได้ เป็นสิ่งที่พี่น้องของเขาได้ เป็นสิ่งที่พ่อแม่ของเขาได้ เป็นสิ่งที่ใครๆ ที่เกิดมาในฐานะประชาชนคนไทยที่มีบัตรประชาชนได้สิทธิ์ในทันที เป็นสิ่งพื้นฐานที่เขาไม่เคยได้ และ เป็นสิ่งที่ผู้ชายคนหนึ่งที่พบรักแท้ และเขาทั้งสองได้ผ่านความยากลำบาก ได้ผ่านบททดสอบมายาวนาน  


เขาต้องการ การยอมรับจากสังคมรึ? เขาต้องการ การยอมรับจากตัวบทกฎหมายรึ? ไม่ใช่เลย เขาต้องการความปลอดภัยเพื่อคู่ของเขา


คุณผู้อ่านที่ยังไม่เคยมีความรัก หรือมี แต่ยังไม่ได้ไปถึงจุดหรือภาวะที่เรียกว่า ขออยู่กับคนนี้จวบจนชีวิตจะหาไม่ ก็อาจจะไม่เข้าใจทั้งหมด เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเผชิญเอง สัมผัสเอง เจอเอง ถึงจะรู้ว่า การอยู่ด้วยกันสองคน โดยมีพ่อแม่ พี่น้อง เพื่อน และสังคมไม่ได้ว่าอะไร ไม่ขัดขวางอะไร ไม่ใช่ “ก็ดีอยู่แล้ว” แต่มันเป็นการใช้ชีวิตที่ขาด “ความปลอดภัย” สำหรับคนที่ไม่เคยได้รับสิทธิด้านนี้


เวลาที่คู่ของเขาป่วย เขาไม่มีสิทธิ์เซ็นอะไร เวลาที่คู่ของเขาเสียชีวิต เขาอาจจะต้องย้ายออกจากที่อยู่ปัจจุบัน เวลาที่ต้องทำธุรกรรมใดๆ เขาต้องเผชิญการตรวจสอบเช็คข้อมูลที่มากกว่าคู่ชายหญิง เวลาจะรับบุตรบุญธรรม ไม่ได้ทำได้แบบปกติทั่วไป สิ่งเหล่านี้ พวกเขาต้องหาทางออกเอาเองในแบบที่ต้องวนหาทางออกเอาเอง




แนวคิดเรื่องการออกพ.ร.บ. คู่ชีวิตเกิดขึ้นเมื่อห้าปีที่แล้ว และกำลังเข้าสู่ปีที่ 6 เมื่อเกย์ท่านหนึ่ง (คุณนที ธีรโรจนพงศ์) ในปี 2555 ยื่นเรื่องกับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยต้องการจดทะเบียนแต่งงาน แต่ทำไม่ได้ ทางกรรมการสิทธิฯ จึงยื่นเรื่องร้องเรียนต่อไปยังคณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร


โดยระบุว่า การถูกปฏิเสธให้จดทะเบียนสมรสเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550


ปัจจุบันนี้ การผลักดันให้มีกฎหมายด้านนี้กำลังเป็นรูปเป็นร่างขึ้น มีหลายหน่วยงานของรัฐให้การสนับสนุน และล่าสุด เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการจัดเสวนายิ่งใหญ่ ชื่อ “ก้าวต่อไปของประเทศไทย: ร่างพระราชบัญญัติการจดทะเบียนคู่ชีวิต พ.ศ….(จัดโดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ณ โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ)


เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นยินดีกันมาก เพราะมีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมากล่าวเปิดประชุม พร้อมให้ความมั่นใจว่า จะยกร่างให้เสร็จภายในเดือนกันยายน และจะนำเข้าสู่คณะรัฐมนตรีภายในเดือนธันวาคม 2561


ภาพรวมดูน่าชื่นอกชื่นใจมากๆ ครับ และดูแล้วน่าจะเป็นสิ่งที่ดี เพราะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ และหลายๆ ฝ่าย แต่ถ้าดูเนื้อหาข้างใน ไล่เรียงกันมา คนที่รอจดทะเบียนอยู่อาจจะพบว่า กฎหมายฉบับนี้จะตอบโจทย์ในการสร้างความปลอดภัยให้จริงๆ หรือ?


เพื่อนรุ่นพี่ของผม ถามมาอีกหลังจากเห็นข่าวเสวนานี้ออกทีวี เขาลิงโลดดีใจมาก แล้วถามผมว่า ปีนี้ พี่จะแพลนได้หรือยัง เพื่อปีหน้า พี่จะจัดงานฉลองครบรอบยี่สิบปีกับแฟน?


ผมอึดอัด ไม่รู้จะตอบยังไงให้เขาสบายใจ ผมจะตอบเขาว่า พ.ร.บ. การจดทะเบียนคู่ชีวิต หรือเรียกสั้นๆ ว่า พ.ร.บ. คู่ชีวิตที่ภาครัฐผลักดันอยู่นั้น มีรูรั่ว มีช่องโหว่ และจะมีปัญหาในทางปฏิบัติในแบบที่ประเทศอื่นๆ ที่เคยใช้วิธีการนี้มาแล้ว ได้เจอมาแล้ว



ขอให้พี่รอไปก่อน?

ผมว่า พี่ท่านนี้ คงงง และเสียใจมาก แล้วเขาก็ต้องใช้ชีวิตบนคำว่า รอ ไปอีกนานแค่ไหน?

สำหรับท่านผู้อ่านที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม คุณชวินโรจน์ ธีรพัชรพร เป็นนักกฎหมายและได้ศึกษาเรื่องนี้มาตลอดจนเป็นวิทยานิพนธ์ที่ถูกอ้างอิงมากที่สุดในการผลักดันความเท่าเทียมและสิทธิเสมอภาคนี้ ท่านได้สรุปประเด็นมาให้อ่านกันง่ายๆ ในหัวข้อ “ทำไม พ.ร.บ. การจดทะเบียนคู่ชีวิตไม่เพียงพอ? ต่อความเสมอภาคในการสมรสของ LGBT” (หมายเหตุ บทความต่อไปนี้เป็นความเห็นส่วนตัวของคุณชวินโรจน์ และผู้เขียนได้ขออนุญาตเผยแพร่ โดยมีการปรับคำเพื่อความรวดเร็วในการอ่านบนหน้าจอ)  


1. การรับรองสิทธิการเป็น “คู่ชีวิต (Civil Partnerships)” ไม่ปรากฏใน  ประมวลกฎหมาย พระราชบัญญัติ หรือระเบียบของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนใดๆ ดังนั้น จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายอื่นทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง หากต้องการสิทธิใด ๆ ตามกฎหมายอื่น เช่น ประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ประมวลรัษฎากร พ.ร.บ. ประกันสังคม ฯลฯ


2. การออกพ.ร.บ.คู่ชีวิตแยกออกจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(ปพพ.) ทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการตีตรา การเลือกปฏิบัติ และการใช้ดุลยพินิจในการจำกัดสิทธิ โดยเฉพาะคู่รัก LGBTI ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล และผู้บังคับใช้กฎหมาย    ที่อาจจะยังขาดความรู้ ความเข้าใจ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากกระบวนการ หรือสถานที่สำหรับจดทะเบียนคู่ชีวิตมีการปฏิบัติที่แตกต่างจากการจดทะเบียนสมรสตาม ปพพ. จะถือเป็นการขัดต่อหลักการห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งรสนิยมทางเพศและอัตลักษณ์ทางเพศ (Sexual Orientation and Gender Identity)


3. การจัดทำพ.ร.บ. คู่ชีวิต แทนที่จะไปปรับแก้ปพพ. ทำให้เกิดข้อสงสัยต่อศักดิ์ศรีของการก่อตั้งสถาบันครอบครัวของคู่ LGBTI ว่า ด้อยกว่าคู่รักต่างเพศอย่างไร


4. การออกพ.ร.บ. คู่ชีวิต มีความซับซ้อนในการบังคับใช้กฎหมาย  เช่น  การตรวจสอบว่า คู่ชีวิต หรือ คู่สมรสเคยจดทะเบียนแบบใด เคยจดทะเบียนซ้อนหรือไม่ ฯลฯ และอาจเกิดความสับสน หรือการกล่าวอ้างว่า LGBTI ได้รับสิทธิในการสมรสเพียงพอแล้วไม่จำเป็นต้องแก้ไข ปพพ. อีก



5. การเป็น “คู่สมรส  (Spouses)” เป็นคำที่เป็นสากลและสามารถกล่าวอ้างได้ทั่วโลก ในขณะที่การเป็น คู่ชีวิต ไม่ได้รับการยอมรับในต่างประเทศ    


6. หากประเทศไทยมีกฎหมายที่แก้ไขแบบนานาชาติ คือ ปพพ คู่สมรส LGBTI ที่เป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย หรือ เข้ามามีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย เช่น นักการทูต เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศ  ฯลฯ ก็จะได้รับการคุ้มครองและมีศักดิ์ศรีตามที่เคยได้รับในประเทศต้นทางที่มีกฎหมายให้ความเสมอภาคในการสมรส


7. การขยายการสมรสไปยังคู่ LGBTI ช่วยแก้ไขปัญหาด้านการไม่ได้รับรองสิทธิการใช้ชีวิตคู่อย่างหมดจด ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับการใช้ชีวิตคู่ โดยเฉพาะเด็กที่เลี้ยงดูโดยคู่ LGBTI จะได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายจากคู่รักทั้งสอง

 

8. เมื่อมีกฎหมายที่ให้ความเสมอภาคในการสมรสกับ LGBTI ทำให้ LGBTI ได้รับการยอมรับและมีศักดิ์ศรี มีกำลังใจในการพัฒนาตนเอง และสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับสังคม และประเทศชาติ ตามลำดับ

 

9. เมื่อมีกฎหมายที่ให้ความเสมอภาคในการสมรส จะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการสมรสของคู่ LGBTI  และครอบครัว LGBTI   ทำให้เกิดรายได้เข้ารัฐ เกิดการจัดเก็บภาษีเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป

 

10. ประเทศไทยให้คำปฏิญญาโดยสมัครใจกับกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในปี 2559 ว่าจะมีการทบทวนเงื่อนไขการสมรสตาม ปพพ. หากมีการแก้ไข ปพพ. จะได้รับการยอมรับโดยนานาอารยประเทศ และเป็นการปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยลงนามรับรองไว้

  

ผมละสงสัย ท่านอ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว ท่านว่า จะเลือกทำอะไรดี ระหว่างออกกฎหมายใหม่ที่เอาไปใช้ หรือไปปรับปรุงของเก่าที่ล้าสมัยแล้ว?


วิทยา แสงอรุณ www.facebook.com/vitayas


 ขอบคุณภาพจาก:

https://www.deviantart.com/loitlaheart/art/Marriage-Equality-To-All-Gay-Marriage-542284227


https://pt.depositphotos.com/109081514/stock-illustration-nontraditional-family-happy-cute-wedding.html


https://www.glamour.com/story/supreme-court-baker-refused-wedding-cake-gay-couple


https://i2i.org/supreme-courts-gay-cake-case-lack-religious-tolerance/