เทพเจ้านั่งเครื่องบิน

สำหรับคนที่เกิดในยุคทศวรรษที่ 80 อย่างผม แม้ในตัวจะมีเลือดจีนอยู่บ้าง แต่ต้องบอกว่ารู้สึกมึนงงกับพิธีกรรมการสักการะเทพเจ้าของชาวไทยเชื้อสายจีนพอสมควร


เพราะนอกจากพิธีกรรมจะสลับซับซ้อนเป็นอย่างมากแล้ว จำนวนของเทพเจ้าที่ชาวไทยเชื้อสายจีนกราบไหว้ยังมีมากมายหลายองค์ คิดในใจว่าคงมีเพียงผู้ใหญ่ยุคอากงอาม่า หรือบางครอบครัวที่ยังอนุรักษ์ความเป็นจีนอย่างเข้มข้นเท่านั้น ที่พอจะจำแนกแยกแยะเทพเจ้าแต่ละองค์ได้อย่างละเอียด และจัดเครื่องเซ่นไหว้ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามโบราณประเพณี


จนกระทั่งได้เห็นภาพภาพนี้ ความคิดของผมจึงได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง....

เทพเจ้าทันสมัยครับ ท่านขึ้นเครื่องบิน!


"เจ้าแม่ทับทิม" หรือ "เจ้าแม่หม่าโจ้ว" หรือที่จีนกลางออกเสียงว่า "มาจู่"妈祖 องค์ต้นกำเนิดมีอายุความเป็นมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง 宋เดิมทีประทับอยู่ที่เกาะเหมยโจว มณฑลฮกเกี้ยน  


หลังจากได้รับการประสานจากทางการไทย ในที่สุดก็ได้เวลาที่ "เจ้าแม่ทับทิม" เสด็จมายังดินแดนสุวรรณภูมิเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยได้รับความร่วมมือจากสายการบินของจีนจัดที่นั่งในห้องโดยสารให้ตามปกติ ซึ่งภาพดังกล่าวได้เรียกเสียงฮือฮาและทำให้ผู้โดยสารทั้งจีนและเทศต้องแปลกใจจนตาค้างและชะเง้อจนคอเคล็ดไปหลายราย!


องค์หม่าโจ้ว หรือ “เจ้าแม่ทับทิม” เป็นที่เคารพนับถือของชาวจีนในฐานะเทพผู้มีเมตตาบารมีสูง อุปถัมภ์การเดินเรือทางทะเล อำนวยการค้าขายให้รุ่งเรือง ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และเดินทางปลอดภัย


แม้องค์เจ้าแม่จะมีอายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี และมีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เลื่อมใสของผู้คนกว่า 300 ล้านชีวิตทั่วโลก แต่ "กฏต้องว่าไปตามกฏ" เมื่อท่านเสด็จประทับบนเครื่อง ทางสายการบินจึงได้ทำการออก Boarding Pass ให้ตามปกติเหมือนผู้โดยสารคนอื่นๆ โดยระบุชื่อ "หลินโม่" 林默 ตามชื่อเดิมของท่านสมัยมีชีวิตอยู่ (ท่านแซ่ลิ้มนะครับ)


พร้อมกันนี้ยังได้ออกตั๋วที่นั่งให้แก่องค์เทพบริวารตาทิพย์และหูทิพย์ของเจ้าแม่ด้วย

หลังจากเสด็จมาถึง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รวมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อัญเชิญเจ้าแม่มาประดิษฐาน ณ สมาคมตระกูลลิ้มแห่งประเทศไทย ย่านเจริญนคร เนื่องจากมีความเชื่อว่าองค์เจ้าแม่ทับทิมเป็นต้นตระกูลของแซ่ลิ้ม (แซ่หลิน 林 ของท่านในภาษาจีนกลางคือแซ่ "ลิ้ม" ในสำเนียงแต้จิ๋ว) ซึ่งเป็น 1 ใน 5 สกุลแซ่ที่มีคนใช้มากที่สุดในบ้านเรา และได้มีพิธีแห่บูชากันไปแล้วเมื่อวันก่อน


น่าเสียดายท่านมีเวลาประทับอยู่ที่เมืองไทยเพียงแค่ 1 สัปดาห์ และได้เดินทางกลับในวันที่19พ.ย.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดีการเสด็จมาของท่านได้สร้างความปลื้มปีติในหมู่ผู้เลื่อมใสชาวไทย รวมถึงตัวผมเองที่ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าห่างไกลจากลัทธิความเชื่อของบรรพชนอยู่พอสมควร

นอกจากจะอิ่มเอมใจเมื่อองค์ "เจ้าแม่ทับทิม" มาเยือนเมืองไทยให้พี่น้องสาธุชนได้กราบไหว้อย่างใกล้ชิดแล้ว ยังรู้สึกประทับใจกับความร่วมมือทุกมิติระหว่างไทย-จีน ไม่เพียงแค่ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองเท่านั้น แต่การมาของเจ้าแม่ในครั้งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ระดับ “ชาวบ้าน” ทั้งชาวไทยและชาวจีน ที่ถูกหลอมรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ด้วยพลังแห่งความศรัทธา


อ่านมาถึงตรงนี้ ขอเชิญทุกท่านขอพรจากองค์ "หม่าโจ้ว" พร้อมกัน....

คิดสิ่งใด ขอสิ่งใด ขอให้เจ้าแม่ประทานพร สมปรารถนากันทุกคนเลยครับ