ผ้าขี้ริ้วห่อ “จีน”

สุภาษิตจีนท่อนหนึ่งผมชอบมากคือ 人不可貌相,海水不可斗量 (เหริน-ปู้-เข่อ-เม่า-เซี่ยง ไห-สุ่ย-ปู้-เข่อ-โต่ว-เหลียง) แปลความได้ว่า


อย่าตัดสินคนที่รูปลักษณ์ภายนอกฉันใด น้ำทะเลมิอาจวัดได้ด้วยกระบวยขนาดเล็กฉันนั้น”


นี่คือหนึ่งในแนวความคิดที่ฝังติดอยู่ในจิตใจของชาวจีนส่วนใหญ่ อันเป็นผลมาจากการปลูกฝังตามหลักของลัทธิขงจื้อ


ในฐานะที่ผมเองเคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองจีนและได้คบค้าสมาคมกับพี่น้องชาวจีนมาตลอ บอกได้เลยว่า...


เกือบจะร้อยทั้งร้อยของเศรษฐีจีนมักจะมาในทรงเดียวกันเลยคือ แต่งตัวแสนจะธรรมดา เครื่องประดับไม่ค่อยใส่ พูดจาไพเราะเป็นอย่างยิ่ง


เศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างก้าวกระโดดต่อเนื่องมานาน เงินทองใช้จ่ายคล่องตัว นั่นทำให้ชาวจีนก้าวออกจากประเทศ มาพบปะพูดคุยและทำความรู้จักกับโลกภายนอกมากขึ้นตามมา



งานเจรจาจับคู่การค้าหรือ Business Matching ถูกจัดขึ้นบ่อยๆ โดยตัวผมเองได้สมัครทำหน้าที่ล่ามภาษาจีนกลางให้กับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ นับตั้งแต่กลับจากเรียนต่อที่ปักกิ่งเมื่อปี 2012


สิ่งที่อยากได้จากงานแบบนี้คือ “ครูดี” ผู้ซึ่งเป็นผู้ชนะตัวจริงในสนามการค้า (ผมคิดว่าคนจีนที่มา ถ้าไม่เจ๋งจริง ภาครัฐของไทยคงไม่เชิญมาร่วมงานแบบนี้)


เถ้าแก่ชาวจีนมีความเหมือนกันอยู่อย่างคือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ ซีอีโอ หรือตำแหน่งใหญ่โตขนาดนั้น แต่พวกเขามักจะทำตัวเหมือนพนักงานตัวเล็กๆธรรมดา


เรียกได้ว่าถ้าไม่เห็นข้อมูลบนนามบัตรหรือสอบถามอย่างจริงจังไม่มีทางดูออกเลย



กว่า 90%ของแขกวีไอพีที่ผมเคยดูแลปฏิบัติตัวกับล่ามแบบให้เกียรติสุดๆ มักเปิดบทสนทนาทำความรู้จักล่ามด้วยการพูดคุยสารทุกข์สุขดิบ ถามภูมิหลังครอบครัว สาเหตุที่เลือกเรียนภาษาจีน และมักจะหาจังหวะสอบถามความรู้ด้านสภาพบ้านเมืองไทยและอุปนิสัยคนไทย (เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจในการทำธุรกิจของตัวเอง)


ก่อนทำการค้า ต้องเป็นเพื่อนกันก่อน” วลีอมตะในวงธุรกิจจีน ส่งผลให้บรรดาเถ้าแก่ที่มาบ้านเรามักเริ่มต้นภารกิจด้วยการพูดคุยเป็นเพื่อนกับล่าม และเป็นเพื่อนกับคู่เจรจาชาวไทย


สิ่งที่เถ้าแก่ชาวจีนได้กลับไปคือความทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของล่าม และความสบายใจของนักธุรกิจฝั่งไทย นำมาซึ่งการเจรจาค้าขายที่ราบรื่นและมีโอกาสสำเร็จสูง


บางครั้งคุยเสร็จ จับมือถ่ายรูปนัดทานข้าวกันสนุกสนาน


หลายครั้งที่ผมในฐานะคนไทยต้องแอบกระซิบบอกผู้ประกอบการไทยว่า คู่ค้าชาวจีนที่ท่านกำลังคุยอยู่อย่างออกรสออกชาติ และแต่งตัวแสนจะธรรมดานี้ แท้จริงคือมหาเศรษฐีเบอร์ต้นของมณฑลนั้นมณฑลนี้


ซึ่งผมมักจะได้ยินคำพูดจากพี่ๆคนไทยว่า “โห ดูไม่ออกเลย”


ใช่ครับ แรกๆผมก็ดูไม่ออก จนเริ่มเจอบ่อยเข้าบ่อยเข้าถึงได้รู้ว่า เถ้าแก่ที่สร้างอาณาจักรการค้าจนใหญ่โต เขาถูกหล่อหลอมกันมาในเบ้าแบบเดียวกัน


เบ้าหลอมนี้มีชื่อว่า “ความถ่อมตน” ครับ