แก้ปัญหา “ไฟไหม้ อาคารเก่า” สร้างระบบ – องค์ความรู้ หนีไฟ

เหตุไฟไหม้อพาร์ตเม้นท์ ย่านราชเทวี กลางดึกเมื่อวานนี้ (3 เม.ย.61) กลายเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมที่ต้องเร่งทบทวนหาทางแก้ไขโดยเร็ว หลังมีผู้เสียชีวิต 3 คน เพราะสำลักควัน บาดเจ็บถึง 61 คน

อาคารแห่งนี้ สูง 14 ชั้น มีห้องพักประมาณ 180 ห้อง และข้อมูลสำคัญคือ สร้างเมื่อปี 2530 นั่นทำให้ ถูกใช้เป็นข้ออ้างเดิม คือ เป็นอาคารเก่า ที่สร้างมาก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ปี 2535

แต่อาคารนี้ ก็ไปถูกบังคับใช้ ตามกฎหมายควบคุมอาคาร ฉบับแก้ไข ปี 2540 ฉบับที่ 47 ซึ่งต้องแก้ไข 6 ข้อ คือ

1. อาคารที่สูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไปให้ติดตั้งบันไดหนีไฟ

        - ผนังโดยรอบบันไดหนีไฟต้องไม่ติดไฟ

        - ช่องประตูหนีไฟต้องกว้างไม่น้อยกว่า 80 เซนติเมตร สูงไม่น้อยกว่า 2 เมตร ทำจากวัสดุไม่ติดไฟ และติดอุปกรณ์ที่ทำให้ประตูเปิด-ปิดได้อัตโนมัติ

2. ให้ติดตั้งแบบแปลนอาคารทุกชั้น เพื่อแสดงตำแหน่งห้องและตำแหน่งติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง และชั้นล่างสุดให้ติดแบบแปลนแสดงผังอาคารของทุกชั้น เพื่อสะดวกในการตรวจสอบ

3. ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงแบบมือถือตามชนิดและขนาดที่กำหนดในกฏหมาย อย่างน้อย 1 เครื่องต่อพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตร.ม. ทุกระยะไม่เกิน 45 ม. โดยส่วนบนสุดของเครื่องสูงจากพื้นอาคารไม่เกิน 1.5 ม. และต้องอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา

4. ติดตั้งระบบสัญญาณเตือนภัยทุกชั้น

        - อุปกรณ์สามารถส่งเสียงเตือนภัยได้ทั่วถึงทั้งอาคาร

         - มีระบบแจ้งเหตุอัตโนมัติ และระบบที่ใช้มือ

5. ติดตั้งอุปกรณ์ไฟสำรอง มีป้ายบอกชั้นและทางหนีไฟชัดเจน โดยที่ตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่า 10 ซม.

6. ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่า สายล่อฟ้า สายตัวนำ สายนำลงดิน

*** แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้น กลับพบปัญหา 2 ประเด็น และเป็นประเด็นที่สำคัญมาก เพราะเป็นปัญหาที่ระบบสัญาณเตือนถัย และเส้นทางหนีไฟ ... คือ

1 สัญญาณเตือนภัย ไม่ดังครอบคลุมทุกพื้นที่ (หลายคนบอกไม่ดังเลยด้วยซ้ำ) และเมื่อเหตุเกิดกลางดึก เวลาประมาณ 3 นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลานอน เลยยิ่งเพิ่มความสูญเสีย

2 บันไดหนีไฟที่ติดตั้ง มีลักษณะเป็รบันไดลิง วสท.ตั้งข้อสังเกตว่าอาจไม่ถูกต้องตามมาตรฐาน ยากต่อการหลบหนี เราจึงเห็นภาพผู้พักจำนวนหนึง พังประตูทางขึ้นดาดฟ้าที่ล็อกไว้ ขึ้นไปอยู่ด้านบนแทนที่จะหนีลงข้างล่าง

เมื่อพิจารณา 2 ปัญหานี้ จะเห็นว่า ผังอาคารที่ติดตั้ง ไม่มีประโยชน์ เพราะเส้นทางหนีไฟอันตราย ... อุปกรณ์ดับเพลิง ที่ติดตั้งไว้ ก็มีประโยชน์น้อยมาก เพราะสัญญาณเตือนไม่ดัง กว่าคนในอาคารจะรู้ ก็เลยช่วงเวลาที่จะใช้ถังดับเพลิงขนาดเล็กไปแล้ว

เราคงไม่อยากได้ยินข้ออ้างของการสูญเสียซ้ำซากอีกแล้ว ว่า “อาคารเก่า” เพราะมีอาคารทั่วประเทศ ที่ไม่ได้ตรวจสอบตามระยะเวลาที่กำหนด 2516 แห่ง เฉพาะใน กทม.มีอาคารที่สร้างก่อนปี 2535 รวม 1033 แห่ง

งั้นเราแก้อะไรได้บ้าง มาดูข้อเสนอกัน

ผมสอบถามกับครูฝึกดับเพลิงชื่อดังคนหนึ่งในวงการ เขามองว่า ปัญหาไฟไหม้ในอาคารเก่า ที่สร้างก่อนมี พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2535 เป็นปัญหาเรื้อรัง ที่มักถูกนำมาอ้างเมื่อเกิดการสูญเสียมาโดยตลอด โดยยกตัวอย่างปัญหาใหญ่ เช่น การกำหนดแผนซ้อมอพยพหนีไฟ เป็นแนวทางที่ถูกบังคับใช้กับสถานประกอบกิจการ หรือ โรงงาน ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปเท่านั้น แต่ไม่ได้ใช้กับหอพัก หรืออาคารที่พักอาศัย

จึงควรหันมาทบทวนเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอื่นๆ เพื่อลดการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นหากเกิดไฟไหม้อาคารเก่าเหล่านี้

ขั้นแรก ภาครัฐอาจจะต้องออกกฎหมายหรือมาตรการเพิ่มเติมที่สามารถบังคับใช้ได้กับอาคารเก่า โดยไม่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขหรือดัดแปลงอาคาร เช่น การสร้างระบบอพยพหนีไฟให้ชัดเจนภายในอาคาร ... กำหนดเส้นทางหนีไฟ ให้ความรู้กับผู้พักอาศัย มีการนัดแนะทดสอบระบบสัญญาณเตือนภัยให้ชัดเจน แบบเดียวกับที่ใช้ในโรงงาน เช่น ต้องนัดวัน – เวลาที่แน่นอนในการทดสอบเสียงของสัญญาณเตือนสัปดาห์ละครั้ง และต้องให้แน่ใจว่า เสียงสัญญาณดังครอบคลุมทุกพื้นที่ของอาคาร ทุกคนที่อยู่ในอาคารจะได้ยินเสียง ตามข้อกำหนด คือ พื้นที่ 1 ตารางเมตร ต้องได้ยินเสียงไม่น้อยกว่า 100 เดซิเบล

ส่วนข้ออ้างที่ว่า “อาคารเก่า” โดยเฉพาะ “ที่พักอาศัย” ที่ก่อสร้างก่อนมีกฎหมายควบคุมอาคาร ปี 2535 มีข้อเสนอจากผู้เชี่ยวชาญว่า ควรคุ้มครองสิทธิของผู้จะเข้าไปอยู่อาศัย เช่น อาจต้องติดป้ายประกาศขนาดใหญ่ไว้หน้าอาคาร เพื่อเป็นข้อมูลให้ผู้ที่จะเข้าพักทราบว่า อาคารหลังนี้ สร้างมาก่อนมีกฎหมายควบคุมอาคารบังคับใช้ หรืออยู่ภายใต้กฎหมายที่ปรับปรุงแล้วฉบับไหน ปีไหน เพื่อให้ผู้ที่จะเข้าพักตัดสินใจว่า จะเข้าพักหรือไม่

ส่วนอุปกรณ์เสริมสำหรับใช้หนีไฟ ที่ถูกพัฒนาขึ้นมาใหม่ เช่น “ท่อหนีไฟฉุกเฉิน” หรือ Fire Escape Chute ซึ่งเป็นท่อที่ให้ผู้อพยพจากตึกสูง ลงไปในท่อ ผ่านท่อที่ใช้โพลียูรีหตุในกรณีฉุกเฉินได้ แต่มีราคาค่อนข้างสูง และต้องสั่งนำเข้าจากต่างประเทศ โดยท่อหนีไฟ มีทั้งแบบติดตั้งถาวรและแบบเคลื่อนย้ายได้ ควบคุมความเร็วการไหลลงจากท่อด้วยการกางแขน-ขา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ท่ต้องฝึกซ้อมเช่นกัน จึงยังมีปัญหาว่า เจ้าของอาคารจะลงทุนติดตั้งหรือไม่ 

แนวปฏิบัติ เมื่อติดอยู่ในอาคารที่เกิดไฟไหม้

1 เมื่อพบว่ามีไฟไหม้ หรือ มีกลุ่มควัน ให้ไปที่ประตูหนีไฟโดยเร็วที่สุด

2 หากไม่สามารถไปที่เส้นทางหนีไฟได้ หรือติดอยู่ในห้องพัก ต้องรอเจ้าหน้าที่เข้ามาช่วยเหลือ ให้ใช้ผ้าชุบน้ำไปอุดตามช่องต่างๆทั้ง ประตู หน้าต่าง เพื่อไม่ให้ควันไฟเข้ามา เพราะควันไฟจะทำให้ขาดออกซิเจน โดยเมื่ออุดแล้วให้ใช้เครื่องมือสื่อสารที่มีอยู่ แจ้งตำแหน่งของตัวเองต่อเจ้าหน้าที่โดยเร็ว

3 อย่าพังประตู หน้าต่าง หรือกระจก โดยเด็ดขาด เพราะจะเปิดทางให้อากาศซึ่งเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของการเกิดไฟเข้ามาในห้องมากขึ้น ทำให้ไฟลุกลามได้เร็วขึ้น