เขียนตำนาน ใจแผ่นดิน



พิธีศพ ปู่คออี้ ... วิถีที่สอนปรัชญาถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ให้ผู้คน เคารพธรรมชาติ

"บทกลอน ปกาเกอะญอ เริ่มจาก ความว่างเปล่า ... จากนั้นจึงเกิดน้ำ ก่อนจะเกิดดิน"

นั่นเป็นคำกล่าวของ พฤ โอโดเชา ตัวแทนเครือข่ายกะเหรี่ยงภาคเหนือ ผู้ที่รับอาสาเป็นคนถือสายสิญจน์ ข้ามลำห้วย แม่น้ำ สะพานทุกแห่ง ระหว่างทาง 30 กว่ากิโลเมตรในป่าแก่งกระจาน เพื่อพาร่าง ปู่คออี้ กลับบ้านที่บ้านบางกลอย


ทำไมต้องทำแบบนั้น

มองเผินๆ นี่อาจเป็นเพียงพิธีกรรมตามความเชื่อโบราณของชาวกะเหรี่ยง ... แต่เมื่อฟังจาก พฤ เรารู้ได้ว่า เขากำลังชี้ให้เห็นว่าพิธีกรรมต่างๆ ตั้งแต่เกิดจนตายของชาวกะเหรี่ยง ล้วนมีที่มายึดโยงกับ "ธรรมชาติ"


พฤ โอโดเชา บอกว่า ในบทกลอนของกะเหรี่ยง สรรพสิ่งเริ่มจากความว่างเปล่า คือ ท้องฟ้า จากนั้นเกิดน้ำ จึงค่อยมาเกิดดิน ... ถ้าเป็นวิทยาศาสตร์ เขาเข้าใจว่า น้ำเกิดขึ้นมาก่อนดินบนโลก และพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกก็เป็นน้ำ จึงให้ความสำคัญกับน้ำ มาก่อน ดิน


วิถีกะเหรี่ยง บอกว่า ถ้าเอาศพข้ามน้ำ วิญญาณผู้ตาย จะไปพบกับวิญญาณอื่น ระหว่างเดินลุยน้ำไป จึงต้องขออนุญาตพระแม่คงคาก่อน ให้สายสิญจน์เป็นสะพานที่อ่อนน้อมต่อธรรมชาติ พาวิญญาณข้ามไปด้วยความเคารพต่อพระแม่คงคา ... เมื่อจะพาร่าง ปู่คออี้ ข้ามทุกแม่น้ำ ทุกลำห้วย ที่มีชื่อ จึงต้องทำพิธีกรรมนี้


พิธีนี้ ช่วยให้ภาพ "ปรัชญา" ของชาวกะเหรี่ยงแจ่มชัด ... แม้แต่วิญญาณก็ต้องเคารพธรรมชาติ เคารพแม่น้ำ เจ้าป่าเจ้าเขา



หลักของปกาเกอะญอ คือเคารพธรรมชาติ พิธีที่ทำเป็นเหมือนองค์ความรู้ เป็นหลักสูตรตำราเรียน ที่ใช้ถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลัง แต่เป็นการถ่ายทอดผ่านวิถีปฏิบัติ ให้คนรุ่นหลังเห็นว่า พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย เคารพต่อธรรมชาติเพียงใด


นั่นทำให้ กะเหรี่ยง มีภูมิปัญญาดูแลธรรมชาติ เมื่อดูแลธรรมชาติก็จะอนุญาตเราอยู่ โอบอุ้มเรา แต่ถ้าเมื่อไหร่เราไม่เคารพธรรมชาติ ทำลาย พยายามเอาชนะ ธรรมชาติก็ขยี้เรา


ในปรัชญากะเหรี่ยง พฤ โอโดเชา มองว่า คนที่ฉลาดที่สุด คือคนที่เคารพธรรมชาติ ปู่คออี้ ยืนหยัดสอนลูกหลานให้มีวิถีอยู่กับธรรมชาติ จึงยืนยันอยู่ในป่า เพราะปู่คออี้ มองไปอีกหลายร้อยปี ไม่ว่าอย่างไร คนก็ต้องอยู่กับธรรมชาติ จึงจะอยู่ได้อย่างยั่งยืน


ดังนั้น การสูญเสียวิถีอยู่ร่วมกับธรรมชาติ จึงถือเป็นการสูญเสียองค์ความรู้ครั้งใหญ่ของปกาเกอะญอ นั่นทำให้ ปู่คออี้ มีเพียงความปรารถนาเดียวที่ยืนหยัดเสมอมา คือ ขอกลับไปตายที่ "ใจแผ่นดิน"


พฤ มองว่า ความปรารถนาที่ปู่คออี้ บอกซ้ำๆนี้ คือ ข้อความที่บอกลูกหลานให้รักษาวิถีของตน และบอกโลก ว่า ปกาเกอะญอ คือใคร



กะเหรี่ยง มีความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายมั้ย ... ผมถามคำถามนี้กับ พฤ ระหว่างกินหัวปลีทอด มะละกอผัดไข่ และน้ำพริกกะเหรี่ยงที่บ้านบางกลอย หลัง น่อแอะ มีมิ ลูกชายของปู่ ทำพิธีล้างสิ่งชั่วร้าย และนำร่างปู่ขึ้นไปอยู่บนบ้านเสร็จสิ้น


"ดูเตอวอ" ... พฤ ตอบเป็นภาษากะเหรี่ยง .... เขาบอกว่า ไม่ใช่สวรรค์นะ ... ดูเตอวอ คือสถานที่ที่ร่มเย็น เป็นที่ซึ่งคนตายจะได้กลับไปพบกับบรรพบุรุษที่กลับไปก่อนแล้ว ที่นั่นมีพืชพรรณธัญญาหารสมบูรณ์ เพราะคนที่จากไปก่อนนำกลับไปปลูกไว้


เวลามีคนตาย ลูกหลานจะมาไหว้ มีคนเป่าแคนหน้าศพ เพลงที่ร้อง บอกว่า ให้คนตายนำเมล็ดพันธ์ุกลับไป ไปปลูกรอลูกหลานที่จะตามไปในวันข้างหน้า แต่วันนี้อย่าเพิ่งพาลูกหลานไป


"สถานที่ที่ไม่ดี หลังความตายมีมั้ย" ... ผมถาม

"มูพะพอ" ... คือ กลางฟ้า เคว้งคว้าง ว่างเปล่า ไปไม่เจอใคร ไปไหนไม่ได้ ... ใครฆ่าตัวตาย จะไปที่นี่ ไม่ดี ... ปราชญ์ชาวกะเหรี่ยงตอบ


แต่ถ้าคนทำไม่ดี ทำชั่ว พฤ บอกว่า จะไปที่ "ดูรอหร่ะ" แปลว่า ร่วงหล่น ที่นั่นเหี่ยวเฉา แห้งแล้ง ไม่มีพืชพรรณ ไม่รู้ใช่นรกมั้ยนะ ... ในนิทานกะเหรี่ยง ไม่เคยได้ยินเรื่องลงโทษแบบกระทะทองแดง


เห็นชัดว่า ... แม้แต่ในความเชื่อเรื่องโลกแห่งความตาย กะเหรี่ยง ก็ยังยึดโยงพวกเขาไว้กับธรรมชาติอย่างเหนียวแน่น


ผมไปใช้ชีวิตอยู่กับชาวกะเหรี่ยงครั้งแรก สมัยเรียนปี 2 เมื่อปี 2542 ที่บ้านแม่หมีใน อ.แจ้ซ้อน จ.ลำปาง ... ตอนนั้น เราไปศึกษาเรื่องวิถีคนอยู่กับป่า เพื่อผลักดัน พรบ.ป่าชุมชน


ผมจำได้ว่ารุ่นพี่บอกว่ามี ป่าสายสะดือ หรือ "ป่าเดปอ" เด็กที่เกิดใหม่ จะนำสายสะดือไปผูกกับต้นไม้ ป่านี้จึงไม่ถูกตัด


2 วันก่อน จึงถาม พฤ เพราะอยากรู้ปรัชญาของ ป่าเดปอ ... ผมจึงได้พบตำนาน การเกิด ของชาวกะเหรี่ยง



พฤ บอกว่า กะเหรี่ยง มีผู้นำพาคนมาเกิด ... ผ่านต้นไม้

เพ๊าะหมื่อ ... คือ ผู้นำพาคนมาเกิด ว่ากันว่า เป็นผู้หญิง เพราะมีคำว่า "เพ๊าะ" ส่วน "หมื่อ" แปลว่า พระอาทิตย์


ตำนานบอกว่า เด็กที่มาเกิดใหม่ จะถูกส่งมาผ่านต้นไม้ ลงมาที่ท้องของผู้หญิง

เมื่อเด็กเกิด ขั้วรกกำลังจะหลุดประมาณ 7 วัน เขาจะเอาสายสะดือไปผูกกับต้นไม้ ให้ต้นไม้ถ่ายทอดพลัง ความแข็งแรง ของธรรมชาติมาสู่เด็กชาวกะเหรี่ยง


ที่นั่นคือ ป่าสายสะดือ หรือ ป่าเดปอ .... ซึ่งแน่นอนว่า จะเป็นญาติพี่น้องที่เขาผูกจิตต่อกัน และต้องรักษาไว้



เกิด จน ตาย ไปถึง หลังความตาย ล้วนเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ต้นไม้ สายน้ำ .... นี่คือ ปรัชญา ปกาเกอะญอ ที่ผมสัมผัสได้ จากการมาร่วมส่งปู่คออี้ หลายวันนี้


นี่คือ วิชา องค์ความรู้สุดแสนล้ำค่า ที่ถูกส่งผ่านต่อกันมาหลายร้อยปี และยังพยายามจะรักษาไว้ ภายใต้การเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วของโลก


ปู่คออี้ และกะเหรี่ยงใจแผ่นดิน เป็นเพียงกลุ่มหนึ่งในอีกหลายต่อหลายกลุ่มชาติพันธุ์ ที่เกิดความขัดแย้งกับรัฐ กับรูปแบบของกฎหมาย และวิธีการดำรงอยู่ ที่ต่างกับส่วนกลาง


อาจเป็นเพราะเราไม่พยายามค้นหาแก่น ปรัชญาความคิดจากรากเหง้าที่เขามี .... เราอาจ มองแค่พิธีกรรม ความเชื่อที่รูปแบบ


แต่ถ้ามองลึกลงไปถึงแก่นของพิธี หรือ วิถีต่างๆ

คุณอาจจะพบว่า ทำไม ปู่คออี้ ต้องพาร่างกายที่อายุกว่า 100 ปี ไปศาล เพื่อรักษาวิถีดั้งเดิมนี้ไว้ให้ลูกหลานของปู่


(ข้อมูลจากการพูดคุย อาจมีภาษาหรือการตีความที่ผิดเพี้ยนไปบ้างได้ ถ้ามีส่วนที่ไม่ถูกต้อง รบกวนผู้รู้ ช่วยแนะนำแก้ไขครับ)


"เขียนตำนาน ใจแผ่นดิน"

เขียน ให้บุคคลที่ควรค่าแก่การบันทึกเป็นตำนาน

เขียน ให้คนที่ทำให้ผมตื่นเต้น ตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ

เขียน ให้อีกหลายคนที่สูญเสียไปในระหว่างทาง

เขียน ให้ลูกหลานไม่ลืมเลือน

คนเขียนตำนานนี้ไม่ใช่ผม ... ผู้เขียนตำนาน ใจแผ่นดิน คือ ปู่คออี้



ติดตามชม รายการสารตั้งต้น วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม เวลา 22.00น. ทาง PPTVHD ช่อง 36