วันที่ไม่มี "คูตินโญ่"



ในที่สุดบทสรุปของมหากาพย์การย้ายทีมของฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ก็มาถึงตอนจบหลังจากยืดเยื้อมานานกว่า 6 เดือน เมื่อเพลย์เมกเกอร์เจ้าของฉายา “พ่อมดน้อย” เดินทางถึงประเทศสเปน พร้อมเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของบาร์เซโลน่าอย่างเป็นทางการ ยุติช่วงเวลา 5 ปี ในรังแอนฟิลด์ไว้แต่เพียงเท่านี้


เวลา 5 ปี จะบอกว่าสั้นมันก็สั้นนะครับ ความรู้สึกของผมเหมือนเพิ่งเห็นเด็กหัวหยองๆยืนชูเสื้อเบอร์ 10 สีแดงเปิดตัวเมื่อไม่กี่วันก่อนนี่เอง แต่ถ้าจะบอกว่านานมันก็นานนะ เพราะถ้าเอาจำนวนตัวเลขการลงสนามของคูตินโญ่ที่ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลมานั่งดู มันมากถึง 201 เกมเลยทีเดียว



เขาว่ากันว่าคนมีความรัก เวลามักจะผ่านไปเร็วเสมอ สงสัยมันคงเป็นเรื่องจริง เด็กหัวหยองชื่อ คูตินโญ่ ในวันนั้น สำหรับแฟนบอลเดอะ ค็อป แล้ว เหมือนเป็น “รักแรกพบ” ใส่เสื้อแดงลงมาเล่นเกมแรก ใครๆเห็นก็ถูกชะตา เหมือนคนโดนยาป้าย เออ ไอ้นี่ หน่วยก้านดี ลีลาใช้ได้ โตไปต้องเก่งแน่ๆ

 

จากวันนั้นถึงวันนี้ผ่านมา 5 ฤดูกาลเต็มๆ จากเด็กหัวหยอง กลายเป็นโคตรเพลย์เมกเกอร์ตัวจริงทีมชาติ จากคนที่แฟนบอลเอ็นดู กลายเป็นคนที่แฟนๆรักเหมือนคนในครอบครัว ทั้งหมดเกิดขึ้นไม่ได้เพราะโชคชะตา แต่เป็นเพราะความสามารถของคูตินโญ่ล้วนๆ ที่พาเขามาถึงจุดนี้ได้



54 ประตูที่ยิงให้กับลิเวอร์พูล พ่วงตำแหน่งนักเตะบราซิลที่ยิงประตูได้เยอะที่สุดในการมาค้าแข้งบนเมืองผู้ดี คือ เครื่องการันตีความสามารถของคูตี้ พ่อมดน้อย คนนี้ได้เป็นอย่างดี ว่ากันว่าบนโลกลูกหนังขณะนี้จะหานักเตะเกมรุกที่มีลีลาและทักษะการเล่นครบเครื่องแบบเขานั้นแทบจะนับคนได้


การย้ายทีมของคูตินโญ่ จึงไม่ใช่เรื่องที่แฟนบอลจะรับได้ง่ายๆ และยิ่งเป็นการย้ายทีมในช่วงเดือนมกราคมด้วยแล้ว ต้องบอกว่าเกินคำว่ารับไม่ได้ไปเยอะเลย


ในมุมแฟนบอลลิเวอร์พูลเหมือนโดนคูตินโญ่บอกเลิก แถมสารภาพว่ามีคนอื่นทั้งๆที่ยังไม่เลิกกัน โอโห้ ทำกันแบบนี้ หัวร้อนเลย อยู่กันมา 5 ปี แถมเพิ่งทำสัญญากู้ วางอนาคตด้วยกัน ยาวๆกันไป ที่ไหนได้ ผ่านไปไม่ถึงปีบอก ไปละ บาย บ้าน รถ เตงผ่อนเองนะ พร้อมโยนเงินก้อนโตจากแฟนใหม่ให้ จากไปแบบไม่แคร์ แบบนี้จะไม่ให้ผิดหวังได้อย่างไร

 

แต่ในมุมของคูตินโญ่ การได้ย้ายไปร่วมทีมบาร์เซโลน่า มันเหมือนกับการย้ายทีมในฝัน เหมือนได้กลับบ้าน เอาจริงๆมันไม่ใช่แค่คูตินโญ่หรอกครับ นักเตะแถบอเมริกาใต้แถบทุกคน ก็มีความฝันจะไปเล่นให้กับบาร์เซโลน่าหรือเรอัล มาดริด ด้วยกันทั้งนั้น ประชากรในสเปนมีผู้อพยพจากทวีปอเมริกาใต้เข้ามาอยู่ที่นี่เยอะมาก ที่สำคัญสเปนเองก็เป็นประเทศที่ล่าอาณานิคมและปกครองทวีปอเมริกาใต้เกือบทั้งทวีปในสมัยก่อน เชื้อชาติของชาวอเมริกาใต้ส่วนใหญ่จึงมีความเป็นสเปนผสมปนเปอยู่ในสายเลือด ที่ทวีปอเมริกาใต้การดูฟุตบอลสเปนถือว่าเป็นเรื่องปกติ ในเมื่อคุณโตมากับการถ่ายทอดสดบอลสเปน ทุกสัปดาห์ที่บ้านเกิด เห็นนักเตะขวัญใจมหาชนอย่างโรนัลดิญโญ่โชว์ลีลาแซมบ้าในสีเสื้อเลือดหมู น้ำเงิน วันหนึ่งคุณก็ต้องใฝ่ฝันที่จะเล่นกับทีมนั้นเช่นกัน



มันก็คล้ายๆกับลิเวอร์พูลและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดที่เป็น 1 ในความฝันของนักเตะในแถบสแกนดิเนเวีย ที่วันหนึ่งอยากจะมาค้าแข้งที่นี่ให้ได้ แจน โมลบี้ และโอเล่ กุนนาร์ โซลชา คือ ไอดอลของใครหลายๆคน การได้มาค้าแข้งที่นี่ คือที่สุดในชีวิตของพวกเขา ยังไงยังงั้น


และนี่คือคำตอบว่าทำไม นักเตะอย่างดาเนียล แอคเกอร์ ถึงเลือกที่จะปฎิเสธทีมอย่างบาร์เซโลน่าและค้าแข้งกับลิเวอร์พูลต่อไป

 

คิดเล่นๆตอนนี้ลิเวอร์พูลมีนักเตะจากทวีปแอฟริกาตั้ง 3 คนอยู่ในทีม + อีก 1 ที่เซ็นไว้ล่วงหน้าแล้ว อีกสัก 10 ปี ลิเวอร์พูลอาจจะเป็นเป้าหมายสูงสุดของเด็กๆชาวแอฟริกาที่จะมาค้าแข้งกันที่นี่ก็ได้นะ ฮ่าๆๆ



กลับมาที่คูตินโญ่ แม้จะทำให้แฟนบอลและทีมผิดหวังที่เลือกที่จะทิ้งทีมไว้กลางทาง แต่ก็ต้องบอกว่าค่าตัวที่บาร์ซ่าจ่ายให้กับลิเวอร์พูล มันก็เป็นเม็ดเงินที่เหมาะสม ไม่ได้น้อยไปหรือมากไป 142 ล้านปอนด์ สำหรับคูตินโญ่ ไม่มีทางเกิดขึ้นเลยบนโลกลูกหนังหากปราศจากนักเตะที่ชื่อ เนย์มาร์ เพื่อนรักของคูตี้นั่นเอง อันนี้ต้องขอบคุณเนย์มาร์ผู้ผลักดันตลาดนักเตะโลกให้เกิดความโกลาหลด้วย


เงิน 142 ล้านปอนด์ มากขนาดไหน มากชนิดที่ว่าครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการต่อเติมเมน สแตนด์ของลิเวอร์พูลทั้งหมดได้ ยังเหลือเงินเอาไว้ให้ชอปปิ้งอีกร่วม 30 ล้านปอนด์ มากขนาดที่ว่าเกือบจะถึงครึ่งหนึงของรายได้ในฤดูกาล 2015-16 (301 ล้านปอนด์) ซึ่งตรงนี้ถ้าเอามาบริหารดีดี ยังไงทีมก็ได้ประโยชน์ค่อนข้างแน่นอน

 

แต่จะทำได้มั้ย อันนี้แหละที่ผมกังวล 555 แต่ก็ยังเชื่อใจว่า ลิเวอร์พูลยุคนี้เรียนรู้จากความผิดพลาดเมื่อวันวานมามากเกินพอแล้ว และในช่วง 2 ปีหลังสุด ที่เราได้เจอร์เก้น คล็อปป์ มาเป็นผู้จัดการทีม ผลงานนอกสนามโดยเฉพาะเรื่องการซื้อตัวผู้เล่น เราไม่ได้เลวร้ายเหมือนสมัยเบรนแดน รอดเจอร์ส



สำหรับคล็อปป์ การเสียนักเตะตัวหลักไปให้กับทีมอื่น ไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับเขา ที่ดอร์ทมุนต์คล็อปป์เคยเสีย นูริ ซาฮิน ไปให้กับเรอัล มาดริด แต่คล็อปป์ก็ไปคว้า อิลคาย กุยโดกาน มาแทน หลังจากนั้นก็ถึงคิวเสีย มาริโอ เกิทเซ่ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ให้กับบาเยิร์น มิวนิค คล็อปป์ก็ไปเอา เฮนดริก มิกิทาร์ยาน และ ชิโร่ อิมโมบิเล่ มาแทน แม้รายหลังจะดูไม่เปรี้ยงปร้างนัก แต่ปัจจุบันก็เป็นถึงหัวหอกหมายเลข 1 ทีมชาติอิตาลี


มันจึงเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากกว่า ว่าใครกันที่จะมาเป็นตัวแทนคูตินโญ่ที่ลิเวอร์พูลในเวลานี้ ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีในตลาดมกราคมนี้ก็ได้ อันนี้ขึ้นอยู่ปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน แต่ผมเชื่อว่าเมื่อถึงช่วงตลาดซัมเมอร์ยังไงก็มีมาแน่นอน


ชีวิตมันก็ต้องก้าวกันต่อไปครับ ลิเวอร์พูลเองก็เคยเจ็บช้ำกับเรื่องราวแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเควิน คีแกน แล้ว แต่ในทุกครั้งก็ยังหาตัวแทนหรือรวมสปิริตของทีมขึ้นมาใหม่ได้เสมอ ไม่มีใครทดแทนใครได้แบบพอดีเป๊ะ แต่สิ่งที่กำลังจะมาอาจจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าที่เราไม่สามารถหาได้จากสิ่งเก่าก็เป็นได้ครับ

  

“หากเธอไม่ทิ้ง ฉันคงไม่เจอ หากยังรักเธอ ฉันคงไม่เจอเขา” พี่โดม ปกรณ์ ลัม เคยบอกเอาไว้ในเพลงยังไงก็ขอบใจ ผมเองก็เชื่อว่า หนุ่มรูปงาม โปรไฟล์ดี ดีกรีหรูอย่างลิเวอร์พูล ไม่มีวันร้างคู่นานหรอกครับ เดี๋ยวก็หาใหม่ได้



ว่าแต่ถ้ายังหาใหม่ไม่ได้ ลองทุ่มเงินอีกนิดไปขอ “เร้ดบูล” ที่ตีตราจองไว้ว่าจะรับมาอยู่ด้วยซัมเมอร์หน้า ให้มามันซะตอนนี้เลย ดีมั้ยครับ ถ้าเป็นไปได้จริงหล่ะก็ สงสัยแฟนเก่าจะตกกระป๋องแบบทันทีแน่ๆครับ


ต้น วโรดม     #ต้นทางฟุตบอล

AFP Photo