ยังไม่เจอของจริง !!


เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหกนะครับ เผลอแป๊บเดียวฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษก็เตรียมรูดม่านเปิดฉากฟาดแข้งให้แฟนบอลได้รับชมกันแล้ว


ถ้าเป็นสมัยก่อนช่วงปิดฤดูกาลแบบนี้แฟนฟุตบอลอย่างเราๆคงต้องนั่งแก่ว รอเวลาให้ฟุตบอลเปิดฤดูกาลอย่างเดียวถึงจะได้ชมการถ่ายทอดสดการแข่งขัน แต่พอมาเป็นยุค “พาณิชย์ฟุตบอล” แบบปัจจุบัน ช่วงปิดฤดูกาลนี่แหละ คือ ช่วงกอบโกยของทีมสโมสรฟุตบอลอย่างแท้จริง ทั้งการออกทัวร์ไปพบปะแฟนคลับตามประเทศต่างๆ รวมไปถึงเข้าร่วมทัวร์นาเม้นท์การแข่งขันอุ่นเครื่องที่รวมทีมระดับบิ๊กๆของโลกมาพบกันเพื่อผลตอบแทนก้อนโต แลกกับการถ่ายทอดสดไปยังประเทศต่างๆทั่วโลก


ดังนั้นอย่าแปลกใจครับที่เดี๋ยวนี้ทำไมโปรแกรมถ่ายทอดสดมันยุบยับไปหมด แม้แต่เกมอุ่นเครื่องระดับสโมสรก็มีถ่ายทอดสดมาให้เรารับชม ทั้งแบบสัญญาณภาพทางทีวี และสัญญาณภาพแบบบอกรับสมาชิกทางอินเตอร์เนต


เงิน กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้โลกอุตสาหกรรมของฟุตบอล เดินหน้าต่อไปได้


ไว้โอกาสหน้า จะลองเรียนเรื่องอิทธิพลของเงินตราต่อปัจจัยความสำเร็จของทีมฟุตบอลดู คิดแล้วก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย


วันนี้ความตั้งใจก็ยังคงวนเวียนอยู่ในเรื่องของลิเวอร์พูลนี่แหละครับ ต้องบอกว่าเป็นอีกครั้งที่ลิเวอร์พูลโชว์ผลงานในเกมอุ่นเครื่องได้อย่างน่าประทับใจ ชนิดที่ว่าทำให้แฟนๆเดอะ ค็อป ฝันหวานกันเลย



ถึงตอนนี้ ลิเวอร์พูล ลงสนามในเกมอุ่นเครื่องไปแล้วถึง 8 เกมด้วยกัน มากที่สุดในบรรดาทีมท็อป 6 ของพรีเมียร์ลีก ที่ปกติเฉลี่ยแล้วจะอุ่นเครื่องกันแค่ทีมละ 4-5 เกม เท่านั้น (น้อยสุด คือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ลงอุ่นเครื่องไปแค่ 4 เกมเท่านั้น รวมฟุตบอลแชริตี้ ชิลด์ด้วย) นี่ยังไม่หมดนะครับ ยังเหลือเกมอุ่นเครื่องเกมสุดท้ายอีก ที่หงส์แดงจะกลับมาเล่นในรังแอนฟิลด์ต้อนรับการมาเยือนของทีม “กระทิงหิน” โตริโน่ จากกัลโช่ เซเรีย อา


เบ็ดเสร็จแล้ว ทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ลงอุ่นเครื่องทั้งสิ้น 9 เกม ด้วยกันในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลนี้


แต่อย่าได้แปลกใจเลยครับ เพราะตั้งแต่เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ตัวเลขในการลงเล่นเกมอุ่นเครื่องก่อนเปิดฤดูกาลของทีม เป็นแบบนี้มาทุกฤดูกาลอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นเจ้าพ่อบอลอุ่นเครื่องตัวจริง


คล็อปป์ให้เหตุผลไว้ว่า ยิ่งได้ซ้อม ได้อุ่นเครื่องร่วมกันมากเท่าไหร่ พวกนักเตะในทีมก็จะรู้และเข้าใจในแทกติก รวมไปถึงจังหวะจะโคนที่จะเข้าขากันมากขึ้นเท่านั้น


“การซ้อมในช่วงระหว่างฤดูกาลไม่สำคัญเท่ากับการซ้อมก่อนเปิดฤดูกาลครับ” คล็อปป์ว่าเอาไว้


ถือเป็นกำไรของแฟนบอลลิเวอร์พูลครับ ช่วงปิดฤดูกาลแต่ก็ยังมีฟุตบอลทีมรักให้ได้ชมสดๆกันแทบทุกสัปดาห์ ได้เห็นนักเตะใหม่ย้ายมาปรับตัวกับทีม ได้ดูและทำความรู้จักกับดาวรุ่งหลายๆคนที่ต่อไปจะกลายเป็นกำลังหลักของทีม



ล่าสุดลิเวอร์พูลเพิ่งจะโชว์ผลงานให้แฟนฟุตบอลได้ฝันหวานกันอีกแล้วหลังจากไล่ทุบเอาชนะนาโปลี รองแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา จากอิตาลีไปแบบหมดสภาพ 5-0



เรียกความมั่นใจอย่างต่อเนื่องเลยหลังจากก่อนหน้านี้ ก็ถล่มเอาชนะคู่ปรับร่วมโลกอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาแบบราบคาบ 4-1 ชนิดที่ว่าสะใจแฟนเดอะ ค็อป ทั่วโลก



เวลานี้ความมั่นใจของลิเวอร์พูลกำลังสูงปี๊ดครับ หากแต่ไม่ใช่นักฟุตบอลหรือโค้ชนะ


แต่เป็นกองเชียร์เดอะ ค็อป นี่แหละ


ตรงนี้ก็ไม่แปลกครับที่เหล่ากองเชียร์จะยืดๆหน่อยในช่วงนี้ ก็แหม่ เล่นไล่ตบทีมดังๆเป็นว่าเล่น มันก็ต้องยืดกันเป็นธรรมดา


เพียงแต่ ต้องพึ่งระลึกไว้เสมอนะครับ ว่านี่คือ ฟุตบอลอุ่นเครื่อง ไม่ใช่การแข่งขันแบบจริงจัง !!

 

กวาดตาดูรายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามแข่งกับลิเวอร์พูลเอง แทบทุกทีมก็เป็นทีมผสมไม่ใช่ใส่ผู้เล่นตัวจริงมาลงสนามแต่อย่างใด แน่นอนว่ากรณีนี้ก็ใช้ได้กับลิเวอร์พูลเองด้วย



ผมไม่ได้อยากกวนน้ำให้ขุ่นนะครับ แต่ก็อยากให้ดูบอลอุ่นเครื่องให้เป็นเวทีของการเตรียมความพร้อมของทีมมากกว่าที่จะให้เป็นการเอาผลการแข่งขันมาวัดว่าทีมไหนดี ไม่ดี


ทีมที่อุ่นเครื่องสวยหรูถึงเปิดฤดูกาลจริงๆเละเทะก็มีมาแล้ว ในทางกลับกันทีมอุ่นเครื่องเละเทะ ถึงเวลาเล่นจริงกลับเข้าป้ายความแชมป์ในบั้นปลายก็มีถม



ลิเวอร์พูลยังมีงานหนักรออยู่ในฤดูกาลที่จะถึงนี้ครับ การซื้อตัวมาหลายตำแหน่งหมายถึง ผู้เล่นจะต้องใช้เวลาในปรับตัวมากกว่าปกติ นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำไมเจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงเลือกให้ทีมอุ่นเครื่องเป็นจำนวนเกมมากกว่าทีมอื่น


ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, เซอดาน ชากิรี่ และอลิซน เบ็คเกอร์ ยังต้องพิสูจน์ให้กับโค้ช รวมไปถึงแฟนๆบอลให้ได้เห็นว่า ค่าตัวของพวกเขาที่ลิเวอร์พูลจ่ายเงินคว้าตัวมาร่วมทีม คือ การลงทุนที่คุ้มค่า



โม ซาล่าห์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน และเฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ยังมีฤดูกาลที่ 2 กับทีมที่มักจะเป็นอาถรรพ์สำหรับผู้เล่นที่โชว์ฟอร์มการเล่นยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกให้พิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้ดีแค่ฤดูกาลเดียว อย่างที่หลายๆคนเป็น

 

และที่สำคัญ ทีมลิเวอร์พูล ยังต้องพิสูจน์ในแง่ของการเป็นผู้ท้าชิงครับ เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาต้องลุ้นแชมป์จริงๆ พวกเขาจะนิ่งพอที่จะรับความกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาที่ทีมของพวกเขาได้หรือไม่ หรือผลจะออกมาเหมือนกับ 2 ครั้งก่อนหน้า ที่พวกเขาทำไม่สำเร็จ


สิ่งเหล่านี้ เราไม่สามารถหาได้จากเกมอุ่นเครื่องได้เลย


“ลิเวอร์พูลยังไม่เจอของจริง” คำพูดนี้ยังคงตามมาหลอกหลอนถึงตอนนี้ครับ


แต่กว่าจะเจอของจริง (12 สิงหาคม พบเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่แอนฟิลด์) อย่าลืมเวลาที่ยังเหลืออยู่ตรงนี้ แซวบรรดากองเชียร์ทีมที่เราชนะมาในเกมอุ่นเครื่องให้หนำใจซะนะครับ


ถือซะว่าเป็นการซ้อมก่อน ซ้อมใหญ่ ก่อนที่จะเจอกันในช่วงเปิดฤดูกาล

 

เพราะถึงเวลานั้น จะมาอ้างว่า นี่เป็นของจริงไม่ถึง 30% ไม่ได้แล้วนะ ... ฮรี่ๆๆ



ต้น วโรดม


AFP Photo