เกมรับนี้เพื่อเธอ



การชนะรวด 2 เกมแรกของฤดูกาล ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งนักกับทีมที่ชื่อว่า ลิเวอร์พูล


เชื่อไหมครับว่า ตั้งแต่เปลี่ยนมาใช้ชื่อพรีเมียร์ลีก ถึงเวลานี้ก็แล้ว 26 ปี ลิเวอร์พูลทำสถิติชนะรวด เก็บ 6 คะแนนเต็มใน 2 เกมแรก ได้เพียงแค่ 7 ครั้งเท่านั้น


7 จาก 26 หมายความว่า โอกาสที่มันจะเกิดขึ้นเพียง 27% หรือ ทุกๆ 10 ปี ลิเวอร์พูลจะทำแบบนี้ได้แค่ 3 ปี เท่านั้น เป็นตัวเลขที่น่าตกใจนะครับ เอาตรงๆ ด้วยชื่อชั้นของทีม ผมเองคาดหวังว่ามันจะมากกว่านี้ แต่สถิติไม่เคยโกหกใคร


ดังนั้นการชนะ 2 เกมแรกของฤดูกาลนี้ของลิเวอร์พูล จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ เพราะมันไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ แต่ถ้าใจเร็วด่วนสรุปบอกว่าฤดูกาลนี้พวกเขาจะลุ้นแชมป์เพราะชนะ 2 เกมแรก บอกเลยว่า คิดผิดครับ !!


เพราะจาก 7 ครั้งที่ว่า พวกเขาก้าวขึ้นมาเป็นทีมลุ้นแชมป์ได้จริงๆก็แค่ 2 ครั้งเท่านั้น นั่นคือ ฤดูกาล 2008/09 และ 2013/14 ทั้งคู่จบด้วยอันดับที่ 2 เป็นรองแชมป์ ในทางกลับกันแม้จะออกสตาร์ทได้ดีเยี่ยมขนาดนี้ แต่ก็มีถึง 2 ครั้งที่พวกเขาต้องจบฤดูกาลในตำแหน่งที่ 8 ตำแหน่งที่แย่ที่สุดที่พวกเขาเคยได้ตั้งแต่เปลี่ยนมาเป็นพรีเมียร์ลีก


เขียนมาอาจจะเหมือนดูขู่นะครับ แต่เอาจริงๆ ผมเชื่อว่าฤดูกาลนี้จะมีอะไรพิเศษๆเกิดขึ้นที่ลิเวอร์พูล


หลังจากดูฟอร์มมาตลอด 2 เกมที่ผ่านมา เห็นได้ชัดครับว่า ลิเวอร์พูลทีมนี้ถูกพัฒนามาเพื่อท้าชิงแชมป์จริงๆ


“เกมรุกทำให้คุณชนะ แต่เกมรับจะทำให้คุณเป็นแชมป์” เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เคยกล่าวประโยคนี้เอาไว้เมื่อครั้งยังคุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด


ลิเวอร์พูลตอนนี้ก็กำลังมาถูกทางแล้วครับ หลังทุ่มเงินร่วม 140 ล้านปอนด์ กระชาก 2 นักเตะในตำแหน่งเกมรับอย่างเฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค และอลิสซง เบ็คเกอร์ เข้ามาร่วมทีมในปีนี้


จากเกมรับที่แฟนๆต่างหวาดผวา กลายเป็นชั่วโมงนี้แฟนบอลเดอะ ค็อป ต่างอุ่นใจ แบบไม่ต้องใช้หม้อหุงข้าวชาร์ป หากมี 2 ดาวเตะค่าตัวแพงลงสนาม



ทั้งฟาน ไดจ์ค และอลิสซง ช่วยยกระดับทีมให้เป็นทีมที่เล่นเกมรับได้ดีขึ้น ไม่ใช่ใช่สิ ต้องบอกว่าทั้งคู่เข้ามายกระดับเพื่อนร่วมทีมให้เล่นได้ดีขึ้น โดยเฉพาะฟาน ไดจ์ค ที่ย้ายมาตั้งแต่ช่วงต้นปี เราเห็นแล้วว่าเขาสามารถยกระดับทั้งตัวเอง รวมไปถึงคู่ขาที่ลงมายืนเป็นคู่เซนเตอร์ให้กลายเป็นปราการเหล็กที่คู่แข่งต่างต้องเศร้ายามที่ต้องเผชิญหน้าได้


เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้วกับเดยัน ลอฟเรน เมื่อฤดูกาลก่อน และกำลังเกิดขึ้นกับโจ โกเมซ ในฤดูกาลนี้ !!


พูดถึงเรื่องนี้แล้วถ้าไม่มีตัวเลขมายืนยันเลยก็คงไม่น่าเชื่อถือ ว่าแล้วก็จัดไปครับ ... ตั้งแต่เฟอร์จิล ฟาน ไดจ์ค ลงประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูลเป็นทีมที่เก็บคลีทชีตได้มากถึง 10 เกม มากที่สุดในพรีเมียร์ลีก (อันดับ 2 แมนฯซิตี้ 8 เกม อันดับ 3 สเปอร์ส 6 เกม)


จากเกมรับที่ระส่ำระสายก่อนหน้า เก็บได้คลีทชีตได้เพียง 9 ครั้ง จาก 23 เกม กลายมาเป็นโคตรเกมรับที่ฟาดไปแล้ว 10 คลีทชีต จากการลงสนามแค่ 17 เกม นี่คือ ฟาน ไดจ์ค เอฟเฟค


และถ้าโฟกัสกันเฉพาะเกมในบ้าน ตอนนี้ลิเวอร์พูลไม่เสียประตูมาแล้ว 571 นาที นับตั้งแต่โดนมิคาอิล อันโตนิโอ ของเวสต์แฮม ทำประตูใส่ในนาทีที่ 59 ในเกมที่ลิเวอร์พูลเอาชนะเวสต์แฮมไปได้ 4-1 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 ... กินเวลามาแล้วทั้งสิ้น 6 เดือนด้วยกัน


แน่นอนว่ามันไม่ใช่ฟาน ไดจ์คคนเดียวที่ทำให้สถิติเหล่านี้เกิดขึ้น ยังมีเพื่อนร่วมทีมอีก 10 คน รวมถึงตัวสำรองอีกหลายคนที่เป็นคนปั้นสถิติเหล่านี้ขึ้นมา แต่มันก็ปฎิเสธไม่ได้จริงๆว่าการเข้ามาของฟาน ไดจ์ค ทำให้แนวรับของลิเวอร์พูลดูดีขึ้น ความผิดพลาดลดลง ทำให้จำนวนประตูที่เสียลดน้อยลงตามไปด้วย



เกมกับคริสตัล พาเลซ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาถือเป็นบททดสอบอะไรหลายๆอย่างได้เป็นอย่างดี การมาเยือนเซลเฮิร์ท ปาร์ค ไม่เคยเป็นงานที่ง่ายครับ แม้ 3 ฤดูกาลหลังสุด ลิเวอร์พูลจะบุกมาคว้า 3 คะแนนที่ได้ได้ตลอด แต่เอาเข้าจริงการชนะแต่ละครั้งต้องบอกว่าแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและพลังงานที่เสียไปเยอะมาก แถมยากเย็นเหลือเกินกว่าจะรักษาคลีนชีตได้ เพราะอย่างที่ทราบกันดีครับ แนวรุกของพาเลชนี่รวมพลของแสลงของลิเวอร์พูลทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็น วิลเฟรด ซาฮา หรือคริสติยง เบนเทเก้ ที่ขึ้นชื่อว่าชอบยิงหงส์เป็นชีวิตจิตใจ


แต่เกมยากๆแบบนี้ลิเวอร์พูลชุดนี้ กลับผ่านมาได้แบบไม่ได้ยากเย็นนัก ฟาน ไดจ์ค และโจ โกเมซ รับมือกับกองหน้าของคริสตัล พาเลซได้อย่างอยู่หมัด แถมหากผ่าน 2 คนนี้ไปได้ก็ยังมี อลิสซง เบ็คเกอร์ เป็นปราการด่านสุดท้ายอีก พูดถึงอลิสซงแล้ว นอกจากฝีมือในการรักษาประตูแล้ว เรื่องที่ทำให้แฟนบอลต้องร้อง ตู้วหูววว์ อีกเรื่องคงหนีไม่พ้นการออกบอลจากแดนหลังของเขา ตลอด 2 เกมแรก อลิสซง ออกบอลผิดพลาดเพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้น จากจำนวนการผ่านบอลให้เพื่อน 54 ครั้ง เรียกได้ว่าเป็นอาวุธเด็ดชิ้นใหม่เลย ที่จะทำให้ลิเวอร์พูลบินสูงได้ในฤดูกาลนี้


เกมกับไบร์ทตันวันนี้น่าสนใจครับ โดยเฉพาะ สถิติชนะต่อเนื่อง 3 เกมแรกของฤดูกาลที่พวกเขาเคยทำได้เพียง 3 ครั้งเท่านั้น ในยุคสมัยพรีเมียร์ลีก (1993/94, 1994/95 และ 2013/14) ซึ่งถ้าครั้งนี้ทำได้ก็จะเป็นครั้งที่ 4 เพื่อต่อยอดในการลุ้นสถิติที่ลิเวอร์พูลยังไม่เคยเอาชนะ 4 เกมแรกติดกันได้เลยในยุคของพรีเมียร์ลีก


โบราณว่าไว้ “เริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง” ถ้าลิเวอร์พูลยังรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้เอาไว้ได้ ทำไมแฟนๆเดอะ ค็อป ถึงจะหวังถึงคำว่า “แชมป์” ไม่ได้หล่ะ


ว่าแล้ว เกมรุกอย่าให้น้อยหน้าครับ วันก่อนเกมรับโชว์จนทีมได้ดีไปแล้ว วันนี้ต้องเป็นคิวของนักเตะเกมรุกบ้างแล้วหล่ะ


โม ซาล่าห์ แอนด์เฟรนด์ โชว์ กำลังจะเริ่มแล้ว ตีตั๋วหน้าจอกันให้ดี





ต้น วโรดม

#ต้นทางฟุตบอล

https://www.facebook.com/tontangfootball