ไขปริศนาสูญเสีย 2 นักดับเพลิงเซ็นทรัลเวิลด์


ผ่านมากว่าครึ่งเดือนแล้ว สำหรับเหตุเพลิงไหม้อาคารหลังหนึ่งในพื้นที่ของเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งจากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ต้องสูญเสียชีวิตนักดับเพลิงไป 2 คน


แม้จะยังไม่มีข้อสรุปถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ เพราะยังต้องผลการตรวจพิสูจน์จากตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน แต่ในวงเสวนา "ถอดบทเรียนเพลิงไหม้จากศูนย์การค้า...ถึงอาสนวิหารนอทเทรอ-ดาม" ที่วิศวกรรมสถานการแห่งประเทศไทยฯ หรือ วสท. จัดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทำให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการสูญเสียชีวิตนักดับเพลิงไปถึง 2 คน


(ที่มาภาพ : FB วสท.)


ทำไมไฟและควันที่เกิดขึ้นในชั้น B2 ถึงไปโผล่ ชั้น 8 ได้

นางบุษกร แสนสุข ประธานสาขาวิศวกรรมความปลอดภัยและวิศกรรมป้องกันอัคคีภัย วสท. ได้เก็บข้อมูลจากการลงพื้นที่ตรวจสอบและรับฟังข้อมูลจากทีมนักดับเพลิง


เป็นที่ตรงกันแล้วว่า เพลิงไหม้เกิดขึ้นที่ชั้น B2 แต่ต้นเพลิงอยู่จุดไหนและสาเหตุเพลิงไหม้มาจากอะไรต้องรอตำรวจสรุป 


ส่วนเพลิงที่ลุกไหม้และควันไฟกระจายไปโผล่ที่ชั้น 8 นั้นเป็นการลุกไหม้ลามไปตามท่อระบายอากาศของบ่อบำบัดน้ำเสียที่อยู่ส่วนในสุดของพื้นที่ชั้น B2  



ท่อระบายอากาศนี้ทำจากไฟเบอร์กลาสเคลือบเรซิ่นซึ่งไม่ทนไฟ ท่อนี้อยู่ชั้น B2 ต่อขึ้นไป ชั้น B1 ซึ่งเป็นพื้นที่ลานจอดรถแล้วต่อเข้าไปในช่องชาร์ปซึ่งช่องนี้มีผนังก่ออิฐครอบเอาไว้โดยต่อยาวไปถึงชั้น 8 ซึ่งมีช่วงท่อที่ต่อออกนอกอาคาร


(กราฟิกจำลองเหตุการณ์เพลิงไหม้จากชั้น B2 ถึงชั้น 8)


อาจารย์บุษกร บอกว่า ที่ไฟไม่ลามไปชั้นอื่นก็เพราะผนังก่ออิฐของช่องชาร์ปช่วยกันเอาไว้ได้ แต่พอไปโผล่ที่ชั้น 8 ตรงบริเวณท่อที่ต่อออกนอกอาคารได้รับความเสียหายจากไฟไหม้แล้วพังลงมาจึงทำให้เกิดไฟระเบิดแล้วย้อนกลับเข้ามาภายในตัวอาคาร


อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียนักดับเพลิง 2 คน

นายพิชญะ จันทรานุวัฒน์ เลขาธิการ วสท. ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ไฟลามไปตามท่อระบายอากาศถึงชั้น 8 แล้วเกิดการสะสมความร้อนที่เพดานชั้น 8 ทำให้ท่อที่เลี้ยวออกไปนอกอาคารเสียหายพังลงมานั้น ท่อที่พังลงมาได้ปิดทางที่จะหนีไปทางทางหนีไฟ และควันไฟจากหลังจากที่ท่อพังลงมาก็พุ่งไปยังห้องกระจกที่นักดับเพลิงอยู่


นอกจากนี้นายพิชญะยังบอกด้วยว่า เพลิงไหม้ครั้งนี้ ไม่เหมือนเหตุเพลิงไหม้ทั่ว ๆ ไป ที่ไหม้แบบตรงไปตรงมา แต่เป็นเพลิงไหม้ครั้งนี้ พฤติกรรมไฟไหม้มีความซับซ้อน เป็นเพลิงไหม้ในพื้นที่ปิดในอาคาร และลักษณะของเพลิงไหม้ถูกเรียกว่าเป็นเพลิงไหม้แบบ "แบ็คดราฟท์" ซึ่งทำให้นักดับเพลิงถูกหลอกได้ 



เพลิงไหม้แบบ "แบ็คดราฟท์" นั้น นายพิชญะ อธิบายว่า เป็น Smoke Explosion มีไอเชื้อเพลิงมาก แต่ไม่ลุกไหม้ เพราะออกซิเจนยังไม่พอ แต่เมื่อไรก็ตามที่มีออกซิเจนเติมเข้าไปจะเกิดการลุกไหม้รุนแรงขึ้น ลักษณะเป็นการระเบิดของไฟ ซึ่งไม่ค่อยเกิดบ่อยนักในประเทศไทย


สำหรับข้อเสนอในทางวิศวกรรมของ วสท. หลังถอดบทเรียนเพลิงไหม้ครั้งนี้มุ่งเน้นไปที่การตรวจสอบปล่องต่าง ๆ ภายในอาคาร โดยปรับปรุงปล่องหรือท่อต่าง ๆ ให้มีความทนไฟ และติดแผ่นกันไฟลามในแต่ละชั้น


นอกจากนี้ยังมีเรื่องข้อกฎหมายอาคารเก่า ซึ่ง วสท.ยืนยันว่า พื้นที่ชั้น B2 ที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ ไม่มีสปริงเกลอร์เพราะอาคารนี้เป็นอาคารเก่าที่สร้างก่อนที่จะมีกฎหมายมาบังคับให้ต้องติดสปริงเกลอร์


การเสวนาถอดบทเรียนครั้งนี้ยังมีการพูดถึงการเตรียมพร้อมป้องกันอัคคีภัยตามโบราณสถานเก่าแก่ของไทยอีกหลาย ๆ แห่งด้วยว่ามีการความพร้อมป้องกันภัยเหล่านี้แล้วหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องควรตระหนักและเร่งหามาตรการป้องกันก่อนจะเกิดความเสียหายซ้ำรอยเหมือนกับที่เกิดขึ้นกับอาสนวิหารเก่าแก่ทรงคุณค่าของโลก.