“เฮโรอีน” ระบาดในเด็ก-เยาวชน...เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร


          ผมกวาดตาอ่านพาดหัวข่าวการเมือง หลังสภาโหวตได้นายกรัฐมนตรีคนเดิมมานำพาประเทศต่อ ไล่ไปไล่มาไปสะดุดกับพาดหัวข่าวหนึ่งเข้า

          “ตำรวจใส่เกียร์เดินหน้ารับรัฐบาลใหม่ ลุยกวาดล้างยาเสพติดทั่วประเทศ”

          อ่านพาดหัวจบถึงกับร้องอื้อหือออ!

          ไม่ทันได้มีนายกฯ อย่างเป็นทางการ กรมปทุมวันก็ออกเอี๊ยด ขึงขัง สั่งใส่เกียร์เดินหน้ากวาดล้างยาเสพติดทั่วประเทศจนทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจว่า แล้วที่ผ่านมากวาดล้างกันอีท่าไหนทำไม “ยิ่งปราบ ยิ่งเพิ่ม”

          ลองเข้าไปอ่านเนื้อหาของข่าวนี้เสียหน่อย ที่ว่าจะลุยกวาดล้างสร้างผลงานให้รัฐบาลใหม่จะมีแผนอย่างไร

          อ่านถึงบรรทัดสุดท้ายก็อีหรอบเดียวกันกับที่เคยทำมาตั้งแต่อดีตกาล คำว่า “บูรณาการ” คำว่า “เชิงรุก” คำว่า “ภาคประชาชน” คำว่า “ขยายผลเครือข่ายทุกระดับชั้น” มีให้เห็นดาษดื่นในเนื้อข่าวที่เราอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้มาเป็นสิบปี

          มาถึงยุคนี้สถานการณ์และปัญหายิ่งทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพราะยุค 4.0 สภาพการณ์ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ชนิด “คลิ๊ก” เดียว หากใช้แนวคิดและรูปแบบเดิม ๆ ก็เหมือนเราย่ำอยู่กับที่ ซึ่งผมไม่เชื่อว่า หน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบจะไม่รู้ปัญหาเหล่านี้

          แต่ทำไม เรายังวนเวียนอยู่กับการจับ-ยึดของกลางได้จำนวนมาก ๆ เป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไป...ทำไม

          ระยะหลังมานี้ ผมเห็นข่าวการซื้อขายยาเสพติดโลกออนไลน์ไม่ต่างจากขนม

          ผมเห็นข่าวชุดเฉพาะกิจฝ่ายปกครองบุกจับสถานบันเทิงเจอยาเสพติดตกเกลื่อน

          โจ๋งครึ่ม ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แม้ว่าบทลงโทษจะรุนแรงขนาดนั้นก็ไม่นำพา ไม่ยำเกรงกฎหมายกันอีกต่อไป

          ขณะที่เครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติก็ยังขนยาเสพติดเข้าออกประเทศเป็นว่าเล่น ล่าสุด ตำรวจออสเตรเลียลยึด ไอซ์ ล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศ มูลค่า 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 3.7 หมื่นล้านบาท ซุกซ่อนอยู่ภายในลำโพงที่อยู่ในตู้สินค้าที่ขนส่งมาจากประเทศไทย                    ซ้ำร้ายการปราบปรามหลายครั้งจับได้แค่พวกหางแถว บางครั้งเป็นตลกร้าย จับได้แต่ “ของกลาง” ไม่ได้ “คนทำผิด” เพราะอาศัยความมืดหลบหนีไปได้ทุกที

          อดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ว่า ความมืด นั้น เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือ มีใครหลับตาข้างหนึ่ง กันแน่  

          ที่ว่ามายืดยาว หาได้เป็นเรื่องเลื่อนลอยไม่

          สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานสภาวะสังคมไตรมาส 4 และภาพรวม ปี 2561...ปีที่แล้วนี้เอง

          ภาพรวมคดีอาญาไตรมาส 4 ปี 2561 รับแจ้งกว่า 111,965 คดี เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2560 ร้อยละ 16.9

          ในจำนวนนี้เป็นการรับแจ้งคดียาเสพติดมากถึง 93,705 คดี คิดเป็น 83.7% ของคดีอาญารวม และเพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปี 2562 ถึงร้อยละ 21.5

          แต่ถ้าเป็นภาพรวมทั้งปี 2561 พบการรับแจ้งคดียาเสพติด 357,845 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 27.3 และคิดเป็นร้อยละ 83.4 ของคดีอาญารวม

          จากตารางสถิติที่ผมนำมาแสดงให้เห็น จะพบสถิติการจับกุมยาเสพติดในกลุ่มยาเสพติดชนิดหลัก ๆ มีของกลางเพิ่มขึ้นในทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น เฮโรอีน เอ็คตาซี คีตามีน ไอซ์ ยาบ้า กัญชาแห้ง และน้ำกระท่อม

           โดยเฉพาะ ไอซ์ กับ ยาบ้า ดูตัวเลขแล้วเพิ่มมากขึ้นจากปีงบประมาณ 2560 อย่างเห็นได้ชัด

          นอกจากนี้ในรายงานดังกล่าวยังพูดถึงประเด็นหนึ่งซึ่งทำให้ผมตกใจมาก นั่นคือ

           การแพร่ระบาดของเฮโรอีนที่เพิ่งสูงขึ้นในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและเชียงใหม่

           ที่สำคัญมียาเสพติดรูปแบบใหม่ที่กำลังแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน ได้เห็นข้อมูลนี้แล้วยิ่งวิตกกังวล

           สารเสพติดรูปแบบใหม่ที่ว่า อาทิ "กระดาษเมา" 

           ขณะที่รูปแบบการค้ายาเสพติด ในรายงานฉบับนี้ก็เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าตรงกับข่าวที่เราทราบกันคือ วิธีการหลบเลี่ยงไปใช้การติดต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์แล้วแจ้งจุดดร็อปยาเสพติดเพื่อตัดตอน ไม่ต้องมาเจอหน้า จะได้ไม่สาวไปถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

           ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ได้ ทั้งที่เจ้าหน้าที่อ้างผลงานการปราบปรามยาเสพติดว่าประสบความสำเร็จอย่างนั้นอย่างนี้มาตลอด

           จากรายงานฉบับนี้ทำให้ผมรู้สึกไม่มั่นใจว่า ตั้งแต่แนวนโยบายไปจนถึงการปฏิบัติในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมาภายใต้การนำของรัฐบาล คสช. ที่กำลังจะสืบทอดต่อไปยังรัฐบาลชุดใหม่แต่มีผู้นำหน้าเดิมนั้นจะมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

          “ตัวเลข” มันฟ้องขนาดนี้ อย่ามัวแต่ทำ “ผักชีโรยหน้า” เขาอุตส่าห์บุกสถานบันเทิงเจอยาเสพติด นักเที่ยงฉี่ม่วง แต่ตำรวจกลับทำแค่เด้ง 5 เสือแล้วปล่อยเรื่องเงียบหาย ไม่ขยายผลต่อว่า ทำไม “ผับอัพยา” ถึงอยู่มาได้เนิ่นนาน แถมเปิดกันได้ยันสว่าง 

          นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างหน้าฉากที่สะท้อนความเป็นจริงของหลังฉากได้เป็นอย่างดีว่าจริงจังจจริงใจแก้ปัญหายาเสพติดกันแค่ไหน

          ฝากรัฐบาลใหม่ทำให้ได้ก่อนที่สถานการณ์จะเลวร้ายไปกว่านี้จนมันย้อนกลับมาสั่นคลอนสถานะของตัวเอง.


ขอบคุณภาพประกอบจาก กรมการปกครอง และ กองกำลังผาเมือง