ควร(ไม่)แคร์ ?!



เมื่อเช้าเจอเพื่อนที่สถานี  แทนที่เธอจะเริ่มต้นประโยคทักทายด้วยคำว่า “สวัสดี” เหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาแต่วันนี้เธอมาแปลกกว่าทุกวัน


เพื่อน:  “ช่วงนี้เราเป็นอะไรไม่รู้รู้สึกว่าตัวเองนอย ๆ ดาว ๆ อ่ะ ”

จิ๊ก:      “อ้าว  แล้วเป็นอะไรล่ะ?”

เพื่อน:  “ไม่รู้ซิ  เป็นแบบนี้มา 2-3 วันละ”


จิ๊กเชื่อว่าความรู้สึก (Depress) หดหู่ เศร้า เหงา ท้อ แบบนี้  ทุกคนน่าจะเคยเป็นกันมาบ้าง    บางคนเป็นมากเป็นน้อย  เป็นบ่อยๆ หรือ นาน ๆ ทีก็น่าจะเคยกันนะคะ


มีหลายวิธีที่จะทำให้ความรู้สึกเหล่านี้หายหรือบรรเทาลงไป  เช่น

- กินช็อคโกแล็ต   เพราะมีกรดอะมิโนทริปโตเฟน ที่สามารถเปลี่ยนเป็นสารเซโรโทนิน ทำให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความวิตกกังวล

- กินกล้วยเพราะในกล้วยมีโพแทสเซียม ช่วยลดความรู้สึกเครียด

- เล่นกับน้อง หรือ น้องแมว เพราะสัตว์ไม่มี Hidden agenda(วาระซ่อนเร้น) พูดง่าย ๆ ก็คือไม่มีอะไรซับซ้อนเหมือนมนุษย์ 55555

- ออกกำลังกาย ให้ได้เหงื่อ  ได้ออกแรง  ให้ร่างกายได้หลั่งสารเอ็นโดฟิน    จะได้ฟินกันไปไม่ต้องเศร้า  หรือจะทำความสะอาดบ้านก็ได้นะคะ  ผลพลอยได้คือบ้านจะได้สะอาดไปด้วย

ฯลฯ.....ก็เลือกวิธีกันไปตามที่แต่ละคนถนัดนะคะ......


คราวนี้มาย้อนถึงสาเหตุที่ว่าเรารู้สึกกับมันเป็นเพราะอะไร? กลัวอะไร? แคร์อะไร?

ผู้อ่านคงเคยได้ยินสุภาษิตไทยที่ว่า “คนรักเท่าผืนหนัง  คนชังเท่าผืนเสื่อ” หรือ “มีคนรักเป็นร้อย  แต่มีคนเกลียดเป็นล้าน” นะคะ


แล้วทำไมเราจะต้องแคร์คนที่เกลียดเราเป็นล้านคนล่ะคะ ?!

ทำไมเราไม่แคร์คนที่รักเราร้อยคน ?!


ก็เพราะยังไงซะมันก็เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะที่จะทำอะไรแล้วถูกใจคนทั้งโลก 

เราควรเลือกคบ เลือกแคร์ เลือกรัก คนที่เขาแคร์เรา เห็นว่าเรามีคุณค่ากับเขาจริง ๆ รักเรา ให้เกียรติเรา 


ไม่เชื่อผู้อ่านลองหาปากกากับกระดาษมาจดนะคะ  ว่า คนที่อยู่รอบ ๆ ตัวที่มีความหมายกับคุณไม่ว่าในฐานะญาติพี่น้อง เพื่อน เจ้านาย ลูกน้อง หรือคนที่คุณสนิทด้วย100 คนนั้นมีใครบ้าง?


พอได้รายชื่อมาแล้ว .........ลองเช็คดูนะคะ  ว่าปีหนึ่ง ๆ คุยกับคนเหล่านั้นกี่ครั้ง ? 

หากมีการติดต่อกันมากพอก็ควรจะให้น้ำหนักในการแคร์คนเหล่านั้นแต่หากไม่มีปฏิสัมพันธ์กันมากพอก็ต้องคิดแล้วล่ะค่ะว่าระดับความแคร์ควรจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง!

เพียงเท่านี้การแบกรับภาระทางอารมณ์ของคุณก็เบาบางขึ้นเยอะแล้วล่ะค่ะ  ลองไปทำดูนะคะ