Work - Life Balance

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ Work - Life Balance ”  แปลเป็นไทยว่า ความสมดุลในชีวิต  ทั้งเรื่อง การทำงาน และ ชีวิตส่วนตัว

ชีวิตแต่ละคนย่อมมีเส้นทางและมีเงื่อนไขที่ไม่เหมือนกัน  บางคนแต้มบุญสูงเกิดมาในครอบครัวที่ไม่ลำบาก  ไม่ต้องดิ้นรนขนขวายอะไรมากมายในชีวิต  เพราะครอบครัวสร้างไว้ให้แล้ว  แค่นำสิ่งที่มีอยู่ไปต่อยอดให้เจริญงอกงามตามทิศทางที่ควรจะเป็น

แต่บางคนเกิดมาพร้อมกับบททดสอบ  ที่เต็มไปด้วยด่านต่างๆ  มากมาย  ต้องขนขวายและค้นหา  กว่าจะได้มาแต่ละอย่าง  ชนิดที่เรียกว่า  เลือดตาแทบกระเด็น !!

ไม่ว่าจะเกิดมาแบบไหนก็ตาม  ถ้าเราไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ และ ไม่รักษามันไว้  สิ่งเหล่านั้นย่อมอยู่กับเราไม่นาน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ  การงาน  เงิน  สังคม  ครอบครัว

คร ๆ ก็อยากมี Work – Life Balance ด้วยกันทั้งนั้น  แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้จริง ? 

ยิ่งถ้าเราได้คุยเรื่องนี้กับคนรุ่นพ่อ-รุ่นแม่ คือยุค Baby Boomer (2489 – 2507 ยุคที่เกิดช่วงหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 ) ตอนนี้เป็นวัยผู้สูงอายุไปจนถึงเข้าสู่วัยชราคนยุคนี้เชื่อเรื่องของการทำงานหนักประหยัด  อดออม  ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็น 

ยกตัวอย่างมุมมองคนวัยนี้  เช่น 

มองว่าการไปเที่ยวต่างประเทศ –  เป็นเรื่องสิ้นเปลืองสู้เก็บเงินไว้หรือสร้างธุรกิจให้รุ่นลูกจะดีกว่า

ยุค Gen X  (2508 – 2522)คือ คนวัยทำงาน  มักไม่ค่อยเปลี่ยนงาน  มีเหตุผลในการใช้ชีวิต  รู้คุณค่าของเงิน  กำลังสร้างครอบครัว  คนวัยนี้เข้าใจเรื่อง สมดุลในชีวิต แต่ยังทำไม่ได้เนื่องจากยังมีภาระทั้งค่าผ่อนบ้านผ่อนรถ  ค่าเทอมลูก  ฯลฯ    

ยกตัวอย่างมุมมองคนวัยนี้  เช่น 

มองว่าการไปเที่ยวต่างประเทศ -  เป็นเรื่องการให้รางวัลชีวิตจากการทำงานหนัก

ยุค Gen Y (2523 – 2540) คือคนวัยที่เกิดมาในยุคเทคโนโลยีชีวิตสะดวกสบายเพราะพ่อแม่หาไว้ให้มองโลกแง่ดี  ไม่ค่อยยึดติด  ฉาบฉวยไม่อดทน  เปลี่ยนงานบ่อย 

ยกตัวอย่างมุมมองคนวัยนี้  เช่น 

มองว่าการไปเที่ยวต่างประเทศ - เป็นเรื่องหาประสบการณ์แปลกใหม่ที่ต่างออกไปและควรต้องไป

นี่เป็นตัวอย่างแนวคิดของแต่ละช่วงวัย  ที่มีผลต่อเรื่องการใช้จ่าย  

ถ้าอยากมีชีวิตแบบ Work – Life Balance ให้ลองถามตัวเองว่า......

*ทำงานหนักหาเงินเพื่ออะไร?  

*มีเงินมากพอ..ที่จะลดเวลาทำงานแล้วแบ่งเวลาไปทำอย่างอื่นแล้วหรือยัง? 

*มีเงินมากพอที่จะใช้ชีวิตตามแบบ Slow Life โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเงินจะหมดเมื่อไหร่?

*มีเงินสำหรับรักษาพยาบาลเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย  หรือ เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เพียงพอไหม๊?

*ศึกษาและเริ่มลงทุนแบบให้เงินทำงานแทนเราได้หรือยัง   และทำได้ดีขนาดไหน ?


กว่าที่ชีวิตจะถึงจุดสมดุลได้  ย่อมต้องผ่านร้อน  ผ่านหนาวผ่านอุปสรรคมาบ้างถึงจะรู้ว่า  อะไรคือ “จุดที่ทำให้เรารู้สึก ตกผลึกในชีวิตและพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่”


ใคร ๆ ก็อยากมีชีวิตที่สมดุลด้วยกันทั้งนั้นแต่จะมีสักกี่คนที่สามารถทำได้และเป็นชีวิตที่สมดุลจริง ๆ ไม่ใช่แค่ “ชีวิตที่มีไว้โชว์บนโซเชียล”