เตรียมพร้อม

นอกจากบทบาทการเป็นผู้ประกาศข่าวและพิธีกรแล้ว  หมวกอีกใบที่จิ๊กสวมอยู่คือ  ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุนด้านอสังหาฯ ก็มีทั้งงานเขียน และเป็นวิทยากรรวมทั้งมีการตอบคำถามสำหรับคนที่ส่งข้อความมาถามส่วนตัว

มีรุ่นน้องที่เป็นโสดคนหนึ่งพูดเปรยว่า เห็นเพื่อนๆ เขาเริ่มลงทุนกันแต่ละคนก็มีวิธีการลงทุนที่แตกต่างกันออกไป ตัวเธอเองอยากจะเริ่มลงทุนบ้าง  แต่ทำไมตัวเองเก็บเงินไม่ได้สักที?  จิ๊กเลย  แนะนำให้ทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายในแต่ละวัน  และต้องทำให้ครบ 1 เดือน เดี๋ยวน้องจะเจอคำตอบเอง ?!

-------  ‘เธอ’  ทำหน้า งง  ไม่ตอบ …แต่พยักหน้ารับรู้  แล้วเดินจากไป-----------------

เวลาผ่านไปจิ๊กเองก็ลืมเลือน  เรื่องที่เคยแนะนำ จนวันนี้ เธอ  หยิบสมุดเล่มเล็กน่ารักพร้อมกับบอกว่า  รู้เหตุผลแล้วว่าทำไมเก็บเงินไม่ได้สักที !! เธอสรุปสั้นๆ ให้ฟังว่า 

*ค่าอาหารกลางวันจากร้านตามสั่งเฉลี่ย 60 บาท/วัน (จ-ศ) 60บาท *20 วัน= 1,200 บาท/เดือน

(นี่แค่ค่าอาหารกลางวัน  เพราะมื้อเช้าและเย็น  กลับไปทานข้าวที่บ้านเพราะยังอยู่กับพ่อแม่)

*ค่ากาแฟร้านโปรด 55 บาทกินทุกวันที่มาทำงาน  (จ-ศ)  55บาท *20 วัน= 1,210 บาท/เดือน

*กินข้าวนอกบ้านสังสรรค์กับเพื่อน ทุกวันศุกร์ เฉลี่ย 1,000 บาท * 4 ครั้ง= 4,000 บาท/เดือน

*ของกระจุ๊กกระจิ๊ก , ขนม  ฯลฯ จากตลาดนัดข้างที่ทำงาน = 2,000 บาท/เดือน

*ช็อปออนไลน์  (เสื้อผ้า,เครื่องสำอาง)  = 4,500 บาท/เดือน

*ค่าใส่ซองงานแต่งงาน, งานบุญ, งานศพ, ภาษีสังคม  =  4,000 บาท/เดือน

*ค่าสมาชิกฟิตเนส เดือนละ = 2,500 บาท

รวมค่าใช้จ่าย = 19,410 บาท หรือ  เกือบ 20,000 บาท/เดือน

นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายประจำเดือน  ทั้งเดินทาง(ค่าน้ำมัน), ค่าผ่อนรถ , ผ่อนคอนโด(บ้าน) , ค่าโทรศัพท์ , ค่าประกันชีวิตฯลฯ  โชคดีที่ตอนนี้  เธอ  ยังโสดยังไม่มีภาระในการดูแลบุตรมีเพียงคุณพ่อ-คุณแม่ที่ต้องดูแลแต่ทั้งสองท่านยังมีบำนาญที่สามารถดูแลตัวเองได้

เมื่อทำบัญชีรายรับ – รายจ่ายออกมาทั้งเดือน  นั่งทบทวนในแต่ละวัน  ทำให้  เธอสามารถมองเห็นได้ทันทีว่าค่าใช้จ่ายส่วนไหนเป็นค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย  ค่าใช้จ่ายส่วนไหนสามารถตัดออกไปได้  หรือ อย่างน้อยก็ลดทอนลงไป

เช่น .....

-ค่ากาแฟ  ถ้าคุณสามารถซื้อแบบมาชงทานเองที่บ้านจะประหยัดกว่าไหม๊  นี่ยังไม่รวมชานมไข่มุกเครื่องดื่มยอดฮิต ณ ตอนนี้  ที่บางยี่ห้อราคาขายเกือบแก้วละ 200 บาท

-สังสรรค์กับเพื่อนฝูงจากเดิมเคยไปสัปดาห์ละ 1 ครั้งลดเหลือ เดือนละ 1-2 ครั้งได้ไหม๊ ?

-ของกระจุ๊กกระจิ๊ก  หรือ ขนมจุบจิบลดปริมาณการกินลงนอกจากไม่อ้วนแล้วยังไม่เปลืองเงินอีกด้วย (ยิ่งกินเยอะ  ยิ่งอ้วนยิ่งต้องเหนื่อยกับการออกกำลังเพื่อเอาไขมันออก ! )-เสื้อผ้า ลองใช้วิธี Mix and Match หรือการเช่าชุดดีกว่าซื้อเก็บไว้แล้วใส่ถ่ายรูปครั้งเดียว  หากมีพี่น้อง หรือ เพื่อนผู้หญิงที่สนิท  ลองยืม, แลกเสื้อผ้ากันใส่ดูวิธีนี้ประหยัดด้วย

-เครื่องสำอาง  ต่อให้ Sale ก็ไม่ต้องซื้อตุนเกินความจำเป็น  เพราะของพวกนี้มีวันหมดอายุ

-ใส่ซองงานแต่งเอาตามระดับความสนิท  บางคนที่ยังไม่แต่งงานก็อาจจะคิดเรื่อง(จำนวนเงิน) การใส่ซองกลับในงานแต่งของตนเอง  แต่การใส่ซองจากคนที่แต่งงานแล้วอาจจะไม่คิดเรื่องนี้  คิดแค่ว่าเป็นการให้เกียรติคู่บ่าวสาว  เหมือนการช่วยค่าอาหาร, ค่าดนตรี , ค่าการจัดงาน 

**แต่ถ้าเจองานแต่งไหนที่มีเงื่อนไขเยอะ  ทั้งเรื่องการแต่งกายต้องเป็นไปตามเจ้าภาพกำหนด  หากเราไม่มีก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อหรือเช่า / สถานที่จัดงานก็เดินทางไม่สะดวก คือ จัดต่างจังหวัด / ค่าเดินทาง / ค่าที่พัก / ไหนจะค่าใส่ซองอีก...คุณจะเลือกแค่ฝากซองไปก็ได้ผิดกติกาแต่อย่างใด

-ใส่ซองงานบุญ, งานศพ  เอาตามจิตศรัทธา เพราะถือว่าเป็นการบริจาคทาน เอาความสบายใจและกำลังทรัพย์ของเราเป็นที่ตั้ง 

-ค่าสมาชิกฟิตเนส  ออกกำลังกายเองที่บ้าน เปิดและทำตาม Youtube หรือ ไปออกกำลังกายตามสวนสาธารณะ  วิธีหลังนี้นอกจากได้ออกกำลังสูดอากาศแบบธรรมชาติแล้ว  ยังได้พบปะผู้คนใหม่ๆ ด้วย

นี่เป็นเพียงตัวอย่างง่ายๆ ที่ผู้อ่านสามารถทำได้ ในเมื่อเราลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกจากชีวิตแล้ว  เราก็จะมีเงินเหลือเก็บมากขึ้นซึ่งเงินนี้ให้เราคิดว่าเป็นเงินที่สร้างอนาคตให้กับเรา

วิธีการเก็บเงินง่าย ๆ ที่จิ๊กทำอยู่  คือ

เปิดบัญชีไว้  แต่ไม่ต้องทำบัตรกดเงิน  แล้วเอาเงินใส่ทุก ๆ วันเกิดของเรา  เช่นเราเกิดวันที่  10  ก็นำเอาเงินเข้าบัญชีทุก ๆ วันที่  10ของทุกเดือน  และให้คิดเสมอว่า   เงินนี้เป็นเงินเพื่ออนาคต  

ระหว่างที่คุณสะสมเงินไป  คุณควรหมั่นหาความรู้เรื่องการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ไว้ด้วย  เพราะแต่ละคนก็ชอบไม่เหมือนกัน  ในการลงทุนบางอย่าง  เช่นการลงทุนอสังหาฯ  บางจังหวะต้องใช้เงินสด  เพื่อวางเงินดาวน์, เพื่อการต่อรองหรือบางครั้งคุณอาจเจอรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจ  คุณก็สามารถนำเงินสดไปต่อยอดได้ 

ยุคนี้การลงทุนเป็นสิ่งสำคัญ  แต่การเตรียมพร้อมสำหรับการลงทุนนั้นสำคัญกว่า 

                                           อย่าพกปืนที่ไม่มีกระสุน