“เจ๊ง้อ ผู้ไม่ง้อโชคชะตา”

จิ๊กได้รับโอกาสทางจากสถานีให้ทำคอลัมน์ “ธุรกิจคิดนอกกรอบ” ซึ่งออกอากาศในช่วงเที่ยงทันข่าว ทางพีพีทีวีเอชดี ช่อง 36 โดยมีโจทก์คือ การหาแขกรับเชิญที่ประสบความสำเร็จและมีความคิดเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่นอกกรอบ...ก็ตามชื่อคอลัมน์เลยค่ะ

โดยแขกท่านแรกของจิ๊กคือ  เจ๊ง้อ หรือ คุณณชนก  แซ่อึ้ง เจ้าของร้าน “ครัวเจ๊ง้อ”  สาเหตุที่นึกถึงเจ๊ง้อคนแรกเป็นเหตุผลส่วนตัวล้วนๆ เพราะชอบไปทานอาหารร้านครัวเจ๊ง้อและเจ๊ง้อมีร้านทำผมเจ้าประจำซึ่งอยู่แถวบ้านของจิ๊กเอง  

แต่ใครจะรู้บ้างว่าร้าน “ครัวเจ๊ง้อ” ที่มีสาขาอยู่ทั่วกรุงเทพฯ ถึง 12 สาขาอย่างทุกวันนี้  ไม่ได้เป็นเรื่องของความบังเอิญแต่เป็นเรื่องของการคิดนอกกรอบที่ตัดประเด็นเรื่องของ อายุ ออกไป

เจ๊ง้อ  เล่าให้จิ๊กฟังว่า  ตัวเองเกิดมาในครอบครัวคนจีนโพ้นทะเล  ความเชื่อของคนจีนสมัยก่อน  ลูกผู้หญิงจะไม่มีใครสนับสนุนให้เรียนหนังสือเพราะอีกหน่อยก็แต่งงานออกไปอยู่กับครอบครัวฝ่ายชาย  สิ่งที่ลูกสาวสมัยก่อนทำได้คือ  การช่วยทำงานภายในบ้าน  ซึ่งหมายถึงการทำงานบ้านทุกอย่าง  ตั้งแต่เย็บปักถักร้อย  ทำอาหารดูแลบ้านและคนที่อยู่ภายในบ้าน ฯลฯ

พอแต่งงานเจ๊ง้อก็ช่วยงานกิจการของทางบ้านฝ่ายสามี  ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้  ด้วยความเป็นคนรักสวยรักงาม  เจ๊ง้อเคยเป็นช่างเสริมสวย และเป็นช่างตัดเสื้อ 

‘ตอนที่มีลูกค้ามารอให้เจ๊ตัดเสื้อ  เวลาเขามาที่ร้าน  บางครั้งได้กลิ่นอาหารที่เจ๊ทำ  เขาบอกว่ากลิ่นอาหารหอมมาก  อยากรู้เราทำอาหารอะไร  อยากจะขอชิมบ้าง  ด้วยความเป็นคนใจดี  ก็เลยเอาให้เขาชิม....เท่านั้นล่ะ ลูกค้าติดใจรสชาติอาหารด้วย ‘เจ๊ง้อเล่าไปยิ้มไป

นอกจากลูกค้าที่มาตัดเสื้อกับเจ๊ง้อแล้วชาวบ้านละแวกข้างเคียงต่างล้วนเคยชิมอาหารและติดใจรสมือของเจ๊ง้อทั้งนั้น 

มีอยู่วันหนึ่งเพื่อนๆ ก็มาบอกว่าให้เปิดร้านอาหารซิ เจ๊ตอนนั้นก็อายุ 62 แล้ว ก็คิดในใจว่า ‘ฉันอายุเยอะแล้วจะอยู่ได้อีกกี่ปี จะทำไปทำไม แต่อีกใจก็คิดว่าอายุแค่ 62 เองน่าจะลองอะไรที่ยังไม่เคยลอง

ผ่านมา 20 ปีตอนนี้เจ๊ง้ออายุ 82 ปีแล้วยังกระฉับกระเฉง ดูสวยสมวัย พูดจาฉะฉานปนอารมณ์ขัน ที่สำคัญวันที่จิ๊กไปสัมภาษณ์ เจ๊ง้อยังเข้าครัวลงมือทำ “หมี่ผัดกระเฉด” ให้จิ๊กและทีมงานได้ชิมกันด้วย

หลังจากที่จิ๊กได้ไปคุยกับเจ๊ง้อ รู้เลยค่ะว่า อายุเป็นเพียงตัวเลขจริงๆ ค่ะ