สามัญสำนึก

จากกรณีที่เป็นข่าวของนักท่องเที่ยว เรื่องการเดินทางไปเที่ยวยังประเทศกลุ่มเสี่ยง แล้วได้รับเชื้อโควิด-19 จนต้องเข้ารับการรักษายังโรงพยาบาล

แต่มีการปกปิดปิดบังไม่ยอมพูดความจริงกับแพทย์จนในที่สุดต้องยอมบอกความจริงว่าไปเที่ยวยังประเทศกลุ่มเสี่ยงมา

ผลกระทบที่ตามมา นอกจากคนในครอบครัวที่ได้รับเชื้อโควิด-19แล้ว บุคคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยรายนี้ ตลอดจนธนาคาร โรงเรียน สายการบิน และบุคคลต่าง ๆ ที่ได้เผลอไปสัมผัสหรือใกล้ชิดย่อมได้รับความเสี่ยงตามไปด้วย


หรืออีกกรณีที่มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมยังประเทศกลุ่มเสี่ยง แล้วทางต้นสังกัดที่ทำงานอยู่ สั่งให้พักงานและให้กักตัวอยู่แต่ในบ้าน เพื่อเฝ้าระวังอาการ 14 วัน แต่ได้มีการโพสต์ทางโซเชียลว่าตัวเองโชคดีที่ได้หยุดต่อ จึงชวนไปกันไปเที่ยว หรือทำกิจวัตรประจำวัน ใช้ชีวิตตามปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่ได้รู้สึกต้องรับผิดชอบต่อสังคม 


เข้าทำนอง "ใครจะเดือดร้อนก็ช่าง ฉันสนุกไว้ก่อน"


2 กรณีที่หยิบยกมาเล่าสู่กันฟังนี้ย่อมแสดงให้เห็นถึงการอบรมเลี้ยงดูสั่งสอนเรื่องจิตสำนึกที่พึ่งมีต่อตัวเอง และผู้อื่น แน่นอนว่าไม่ใช่แค่สร้างปัญหาให้คนทั่วไปเท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มภาระให้บุคลากรทางการแพทย์ ที่ตอนนี้ทุกคนงานล้นมืออยู่แล้ว ต้องทำงานหนักขึ้นไปอีก

ลำพังอาชีพที่ต้องทำงานในโรงพยาบาล ก็เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายกับผู้ป่วยอยู่แล้ว นี่ยังไม่รวมครอบครัวหรือคนที่อยู่ด้านหลัง

ดิฉันขอเป็นอีกหนึ่งเสียงที่สนับสนุนให้ทุกคน

"ลดความเห็นแก่ตัว มีสามัญสำนึกทั้งต่อตนเองและผู้อื่น"

บางทีสถานการณ์ต่าง ๆ จะได้ไม่เลวร้ายลงไปกว่านี้