พระปรางค์วัดอรุณ



ผมติดตามเรื่องการบูรณปฏิสังขรณ์พระปรางค์วัดอรุณมาตั้งแต่แรก  พยายามดูอ่านให้มากที่สุดทุกมีเดีย   ส่วนใหญ่ก็ออกมาด่าทอกรมศิลปากร   ยังไม่มีใครไปหาข้อมูลความรู้มาให้ประชาชนได้อ่านได้ดูเลย  จนเกิดมีการเสวนากันขึ้นด้วยการเชิญนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ มานั่งพูดกันถึงพระปรางค์วัดอรุณ  อันหนึ่งจัดขึ้นเพื่อต้ังคำถาม  อีกอันจัดขึ้นเพื่อก่อกวนแย่งคน แล้วก็แยกย้ายกลับบ้าน



            ผลของการจัดเสวนาก็ออกมามีคนไปฟังมากอยู่แต่สื่อต่างต่างก็มิได้ไปเอามาต่อยอดมากนัก  คงทำเป็นข่าวแบบตีหัวเข้าบ้าน  ไม่มีรายละเอียดมาก  เอาคำพูดของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญมาก็ไม่ได้ทั้งหมด  ตัดมาเท่าที่อยากให้ฟัง  บางอันก็ไม่รู้เรื่องไม่สื่ออะไร  เพราะไปตัดตอนมา  ไม่ได้เอามาทั้งหมด

            ผมจะไม่พูดถึงนะครับแต่อยากบอกว่าสื่อน่าจะให้โอกาสแก่คนที่เขาดูแลการซ่อมครั้งนี้ว่าเขาคือใคร  มิใช่ไปถามอธิบดีกรมศิลปากร  ที่กุมนโยบายไม่ได้ทำ  ไม่รู้เรื่อง  มาตอบแบบคลุมเครือ กว้างกว้างไปสามโลก  สรุปไม่ได้

            แท้จริงแล้วควรไปหาตัวคนซ่อม  บริษัทที่รับจ้างกรมศิลปากรมาให้ได้ ให้มาบอกว่าการซ่อมครั้งนี้มีการวิจัยค้นคว้าหรือไม่  มีโครงการและขั้นตอนการซ่อมอย่างไร  ใช้วิธีอะไรในการซ่อม  มีศิลปินช่างประดับกระเบื้องมาทำหรือไม่  มีใครบ้างมีผลงานเคยทำเคยซ่อมที่ใดมาก่อนไหม

หรือไปเอาช่างปูกระเบื้องห้องน้ำมา  ที่เชี่ยวชาญเทคนิค แต่ไม่มีความรู้เรื่องศิลปไม่ได้เรียนรู้ศึกษาการประดับกระเบื้องแบบที่ทำพระปรางค์วัดอรุณนี้

ต้องหาตัวช่างและคนออกแบบคุมงานอย่างที่โบราณเขาเรียก แม่กอง  งานนี้มาให้ได้นะครับ

ในขั้นต่อมาก็หาผู้เชี่ยวชาญเรื่องประวัติศาสตร์โบราณคดีและเรื่องศิลปมาอธิบายเรื่องพระปรางค์วัดอรุณว่าเป็นมาอย่างไร  ช่างที่มาประดับกระเบื้องมาจากไหน  ช่างจีนหรือช่างไทย  เขาทำงานกันอย่างไร



มีวิธีการ เทคนิคอย่างไร  ต้องร่างแบบก่อนใหม่  หรือเอากระเบื้องมาประดับเลย  ประดับกระเบื้องให้เนื้อปูน เสมอปูน นูนสูงขึ้นมากกว่าปูน  อันนี้แล้วเป็นเรื่องสำคัญ   เพื่อเป็นข้อมูลในการซ่อมแซม  และอ้างต่อประชาชนผู้เป็นเจ้าของร่วมได้  มิใช่เป็นเจ้าของทำอยู่คนเดียว ไม่ถามใครกูรู้ดีแล้วจึงทำ

ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะได้รู้เรื่องเหล่านี้นะครับ  มิใช่มาบอกว่ามันเรื่องปลีกย่อยไม่ต้องรู้ก็ได้

นี่คิดผิดนะครับต้องฟังเสียงประชาชนบ้างไม่ใช่รอให้เขามาคิดค้านแล้วจึงจะออกมาพูด   ต้องให้ความรู้หรือบอกแก่ประชาชนตั้งแต่คุณเริ่มคิด   และต่อมาจนทำงานและจนเสร็จสิ้นสมบูรณ์


นี่เป็นสมบัติอันทรงคุณค่าของชาติบ้านเมืองครับ  มิใช่ของเล่นของใครคนใดคนหนึ่ง

อย่าได้คิดเช่นนี้เป็นอันขาด  มันจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายต่อจิตใจ


            นี่เป็นพระปรางค์องค์เดียวในโลกนะครับ  ไม่มีแบบนี้อีกแล้วนะครับ  ไม่มีใครทำได้อีกแล้วนี่คือการสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมชิ้นสำคัญระดับโลกที่รับเอารูปแบบของโบราณมาปรุงแต่งจนได้รูปทรงที่สวยงามสง่าเป็นของตัวเองเป็นสัญลักษณ์ของความงามความดีความจริงของกรุงรัตนโกสินทร์

            หันกลับมาพูดกันใหม่ละช่วยกันลบล้างความเลวร้ายนี้เสีย  ยังไม่สายครับ