มาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวควรเคลียร์ให้ลงตัว



ขึ้นชื่อว่า “ภาษี” ใครหลายคนที่ได้ยินอาจฟังไม่ระรื่นหู เพราะเปรียบเป็นคำแสลงไม่น่าฟัง แต่ภาษีก็ใช่ว่าจะจัดเก็บเพียงอย่างเดียวเสมอไป เนื่องจากยังมีอีกด้านที่หลายคนสามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย

เหมือนกับเช่นการเสนอมาตรการภาษีด้านการท่องเที่ยวของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อหวังกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศช่วงปลายปี ต.ค.-ธ.ค.60 ให้มีความคึกคัก ด้วยการนำ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าซื้อของที่ระลึกร้านค้าชุมชน ค่าบริการบริษัทนำเที่ยว นำมาลดหย่อนภาษีเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในโครงการ “เที่ยวทั่วไทยไปถึงถิ่น”

พร้อมกับการแบ่งโซนท่องเที่ยวลดหย่อนภาษี เป็น 1.เมืองท่องเที่ยวหลัก 14 จังหวัด สามารถลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท 2.การเดินทางท่องเที่ยวใน 12 เมืองต้องห้ามพลาด ใน 12 จังหวัด สามารถลดหย่อนภาษีได้ 30,000 บาท 3.การเดินทางท่องเที่ยวในโซนจังหวัดท่องเที่ยวรองอื่นๆ จำนวน 51 จังหวัด สามารถลดหย่อนภาษีได้ 50,000 บาท



แต่อย่าลืมว่า...เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน และอาจกลายเป็นดาบสองคมที่เกิดการหยุดชะงัก จากการตั้งตารอคอยของประชาชน สอดคล้องกับคำสัมภาษณ์ของ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ระบุว่า “ทุกฝ่ายมีสิทธิที่จะคิดมาตรการ อยากคิดอะไรก็คิดได้ทั้งหมด สุดท้ายก็ต้องมาดูงบประมาณของประเทศ หากนำมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจแบบต่าง ๆ ก็ต้องมาดูว่างบประมาณที่นำมาใช้นั้นคุ้มค่าหรือไม่ ถ้าคุ้มก็ถือว่าผ่าน แต่ถ้าไม่คุ้มก็คงไม่ผ่าน”



สาเหตุที่ต้องกลับมาพิจารณาเรื่องของงบประมาณ เพราะการออกมาตรการลดหย่อนภาษีแต่ละครั้ง ภาครัฐต้องสูญเสียการจัดเก็บรายได้เช่นกัน แต่หากมาตรการที่นำมาใช้ช่วยให้เกิดการบริโภคของประชาชนเพิ่มขึ้น ภาครัฐก็จะมีรายได้กลับมาคืนมาในรูปแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ถือว่ามาตรการที่ออกไปคุ้มค่าและได้ผล

คล้ายกับมาตรการของปี 59 ที่ผ่านมา ที่กระทรวงการคลังให้หักลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวได้ 30,000 บาท แบ่งเป็นการหักลดหย่อนภาษีจากการเที่ยวทั้งปี 15,000 บาท และการเที่ยวในช่วงปลายปีอีก 15,000 บาท แม้ภาครัฐจะสูญเสียรายได้กว่า 6,400 ล้านบาท แต่ก็สามารถกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการใช้จ่าย ผ่านการบริโภคส่งผลให้เศรษฐกิจช่วยปลายปีฟื้นตัวได้ดีขึ้นนั่นเอง

เห็นแบบนี้แล้ว คงต้องรอดูว่ากระทรวงการคลังจะเห็นชอบตามที่ ททท.เสนอหรือไม่ แต่หากยังไม่ได้ข้อสรุปก็ควรพิจารณาให้รอบคอบเสียก่อน เพราะเกรงว่าจากที่ต้องการให้เกิดความคึกคัก อาจจะกร่อยจากการรอคอยของประชาชนถึงความชัดเจนของมาตรการภาษีก็เป็นได้