"อาการบอกเหตุ...ที่นักดำน้ำควรรู้" ตอน ...Heat Stroke



ต้องขอโทษคุณผู้อ่านด้วยครับที่ห่างหายกันไปนาน ตอนนี้ใกล้เมษายนจะเฮฮาสงกรานต์หน้าร้อนกันแล้ว แต่จะเฮฮาหรือเปล่านั้นไม่รู้ รู้แต่ว่าตอนนี้ก็ร้อนอยู่พอสมควร บางที บางคนอาจจะตากแดด หรืออาจจะร้อนมากแล้วเหงื่อไม่ออก เป็นลมเป็นแล้ง เป็นลมแดดหรือเป็น Heat Stroke แต่จะอย่างไรแล้วก็สังเกตตัวเองกันด้วยนะครับ จะได้แก้ไขได้ทันท่วงที หรือถ้าป้องกันก่อนจะเป็นได้ก็จะดีที่สุด

และในเมษายนหน้าร้อนนี้ หลายๆ คน หลายๆ ครอบครัวก็ชอบที่จะไปเที่ยวรับลมร้อนนอนชิวๆ ริมทะเลกัน และก็มีบ้างที่สนใจการดำน้ำแบบ SCUBA(Self-Contained Underwater Breathing Apparatus) หรือการดำน้ำโดยใช้เครื่องช่วยหายใจใต้น้ำ ต่างก็จะหาที่เรียนดำน้ำและหา Trip ออกไปดำน้ำเพื่อพักร้อนโดยการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ออกไปค้นหาอะไรแปลก ๆ ในโลกใต้ทะเล


การเรียนดำน้ำก็คงไม่ต่างจากการเรียนหนังสือครับ คือต้องปูพื้นฐานปรับสภาพตัวเด็กให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมและสังคมใหม่กันตั้งแต่เตรียมชั้นอนุบาล โดยหัดลากเส้นขีดเขียน พอขึ้นประถมก็เรียนวรรณยุกต์อักขระผสมคำ ก. อะ กะ ก. อา กา เรื่อยไปจนเข้ามหาวิทยาลัย 

ดังนั้น...ก่อนจะเป็นนักดำน้ำเต็มตัว ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการเป็นนักเรียนดำน้ำเพื่อปูพื้นฐานเบื้องต้น ว่ากันด้วยเนื้อหาทางทฤษฎี เรื่องอุปกรณ์ดำน้ำ กฏของความปลอดภัยในการดำน้ำ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในการดำน้ำ เรื่อยไปจนถึงเรื่องสุขภาพและอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้จากการดำน้ำ สำหรับภาคปฏิบัติ เริ่มจากการฝึกปฏิบัติในสระ ฝึกกันจนครูผู้สอนเห็นว่าน่าจะเอาตัวรอดได้แล้วจึงพานักเรียนออกปฏิบัติจริงในทะเล


พูดมาถึงตอนนี้ คุณผู้อ่านคงจะเห็นพ้องต้องกันแล้วนะครับว่า การดำน้ำต้องมีความรู้ เพื่อจะได้ปฏิบัติอย่างถูกวิธี มีความปลอดภัยในชีวิต และสนุกกับการดำน้ำ การดำน้ำจึงใช่ว่าจะเอาอุปกรณ์ดำน้ำมาใส่ๆๆ แล้วก็โดดลงทะเล ตู้มๆๆ ดำๆๆ แล้วจะเป็นนักดำน้ำอย่างที่อยากเป็นได้เลย

โดยส่วนตัว ผมชอบเก็บเอาเหตุการณ์ที่ประสบพบมาระหว่างสอนดำน้ำหรือไปทริปดำน้ำ เก็บทั้งเรื่องที่ประใจและไม่ประทับใจ เอามาเป็นเรื่องเล่าให้เพื่อนๆ ฟังกันเพลินๆ


ในทริปนี้ก็เช่นกันครับ ผมถูกเชิญชวนขอร้องแกมบังคับจากน้องนักดำน้ำคนหนึ่ง ให้ไปร่วมก๊วนดำน้ำกับกลุ่มของเขาที่อันดามันใต้ สำหรับทริปนี้มีนักดำน้ำหลายคนที่ผมไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน เจอหน้าก็เลยได้แค่ทักทาย “สวัสดีครับ” แล้วส่งยิ้มให้ไปทั่วตามประสาคนอัธยาศัยดีอย่างครูตุ๊กน้ำหวาน เรียกว่าฝากเนื้อฝากตัวล่ะครับ


ก่อนการดำน้ำทุกครั้งผู้ดูแลการดำน้ำ หรือ Dive Master ประจำเรือ จะเรียกให้นักดำน้ำทุกคนมาฟัง Brief (บรีฟ) เพื่อให้ทราบว่าจุดดำน้ำหรือ Dive site ที่เราจะดำมีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร มีความลึกกี่เมตร ในบริเวณนี้มีปลาอะไรที่น่าสนใจ จะดำกันกี่นาที และใครจะเป็นบัดดี้กับใคร หลังจากฟังบรีฟจบ ทุกคนก็จะทยอยกันไปแต่งตัวเตรียมพร้อมสำหรับการดำน้ำ 

ส่วนเรื่องเครื่องแต่งกาย ชุดและอุปกรณ์ดำน้ำ ยี่ห้อและสีสันก็ว่ากันไปตามรสนิยมและค่านิยมของแต่ละคนครับ นักดำน้ำคนไหนเท่หน่อยไม่กลัวโดนพิษของแพลงตอนหรือแตนทะเล หรือไม่กลัวว่าน้ำข้างล่างจะเย็นแล้วอาจจะเกิดอาการ Hypothermia ถ้าอธิบายง่ายๆ ก็คือเกิดอาการหนาวจนหมดแรงน่ะครับ ก็จะใส่แค่กางเกงขาสั้น เสื้อเข้ารูปแขนยาวลงดำน้ำเจตนาให้ดูเหมือนฝรั่งหรือให้ดูเป็น Professional อันนี้สุดจะเดา ก็เคยแอบถามหลายคนว่า “ไม่มีเว็ทสูท (Wet Suit) หรือครับ” ทุกคนบอกว่ามีแต่ใส่แล้วอึดอัด ไม่ทราบว่าคุณผู้อ่านจะขี้สงสัยเหมือนผมหรือเปล่าครับว่า “ถ้าใส่แล้วอึดอัด งั้นจะซื้อเว็ทสูทมาทำไม (ฟระ)”


แต่นักดำน้ำที่ใส่กางเกงขาสั้นเสื้อยืดเข้ารูปเหล่านี้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเวลาในการแต่งตัวหรอกครับ นักดำน้ำที่มีปัญหาเรื่องเวลาส่วนใหญ่มักจะเป็นนักดำน้ำมือใหม่ที่สวมเว็ทสูทหนาแขนยาวขายาว และอัตราเฉลี่ยก็มักเป็นสุภาพสตรีทุกทีสิน่า พับผ่าเถอะ!ผมเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม ทั้งๆ ที่ก็ไม่เคยมีอคติใดๆ กับสตรี เพศ เพศที่อ่อนหวานเลยสักนิด

ดำน้ำครั้งนี้ก็เหมือนกันครับ สาวน้อยคนหนึ่งในกลุ่มผม เธอแต่งตัวเสร็จเป็นที่โหล่ตลอดการดำน้ำสามไดฟ์ (Dive) หรือ ๓ ครั้งในวันแรก ทำให้กลุ่มของเราต้องถูกขับไสไล่ส่งเลื่อนให้ไปโดดลงน้ำเป็นกลุ่มสุดท้ายจากทั้งหมดห้ากลุ่ม ซึ่งโดยส่วนตัวผมนั้นเข้าใจและก็ไม่ได้ตำหนิอะไรน้องเขาเลยสักนิด หากแต่เพื่อนๆ น้องที่มาด้วยกันนั่นแหละครับ ตัวการทำให้เกิดเรื่อง

ในการดำน้ำวันต่อมา สาวน้อยนักดำน้ำคนนั้น ก็ขอใส่ชุดเว็ทสูทขึ้นมานั่งฟังบรีฟบนชั้นสอง ด้วยหมายมั่นปั้นมือว่าใส่เตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆจะได้ทันเวลากับการปล่อยตัวลงน้ำ ระหว่างฟังบรีฟผมเห็นน้องเขาขยับคอชุดเว็ทสูทไปมา เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นเต็มหน้าผากแต่คงไม่มีใครสังเกต


ผ่านไปครึ่งชั่วโมง เธอก็ลงมานั่งประจำที่ แต่งองค์ทรงเครื่องอุปกรณ์ดำน้ำครบอยู่ข้างๆ อุปกรณ์ของผม แต่ผมว่าสีหน้าเธอไม่ค่อยสู้ดีนักเห็นหน้างอเหมือนม้าหมากรุกถูกรถสิบล้อทับคงเป็นเพราะวันนี้อากาศค่อนข้างร้อนและนักดำน้ำก็ลงมาแต่งตัวเตรียมดำน้ำกันเต็มพื้นที่ไปหมด ไม่มีใครสนใจใคร ทุกคนมุ่งมั่นแต่จะลงดำน้ำ ดำน้ำ และดำน้ำ เพราะกลุ่มไหนลงก่อนก็มีโอกาสได้เจอแมนตาเรย์ (Manta Ray) หรือกระเบนราหูก่อนในไดฟ์ไซต์นี้   


ระหว่างที่ทุกคนกำลังทยอยกันกระโดดลงน้ำอย่างสนุกสนาน “ขุ่นพระ” สาวน้อยนักดำน้ำที่ว่า เธอยื่นมือน้อยๆ แสนนุ่มมากุมมือผมครับ อุ้งมือเธอร้อนผ่าวเหมือนกระเป๋าน้ำร้อน แล้วผมก็ต้องอุทาน “อุ๊ยตาย”  ในใจอีกครั้ง เพราะเธอไม่เพียงแค่กุมมือผมอย่างเดียว “พี่คะ...หนูไม่ไหวแล้วค่ะ” 


โอ้ว...ช่างหาญกล้ายิ่งนัก เธอกระซิบเสียงแผ่ว ข้างๆ ใบหูของผม เล่นเอาขนลุกซู่ไปถึงไขสันหลัง   พอพูดจบเธอก็ซบหน้าแดงๆ ลงบนไหล่ของผม “ได้หมดถ้าสดชื่น”


ผมคิดและก็ไม่รอช้าที่จะรีบถอดอุปกรณ์ดำน้ำของเธอออก ด้วยความสุขุมเพื่อไม่ให้ผู้คนแตกตื่น แล้วจึงค่อยเอื้อมมือไปด้านหลังของเธอเพื่อคลายซิปเว็ทสูทออกจนสุด จากนั้นก็ค่อยๆ ถลกคอชุดเว็ทสูทลงมา เผยให้เห็นผิวขาวเนียนบริเวณช่วงไหล่จนเกือบถึงเนินหน้าอก

คุณผู้อ่านอ่านไม่ผิดหรอกครับ นี่เป็นเรื่องของการดำน้ำไม่ใช่นิยายอีโรติก อาการที่น้องเขาเป็นอยู่นั้นเรียกว่า “ฮีทสโตรก” (Heat Stroke)

 

ซึ่งสาเหตุเกิดจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวในวันนั้น และน้องเขาก็สวมเว็ทสูทไว้เป็นเวลานาน ซึ่งเว็ทสูทก็ไม่ถ่ายเทอากาศทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสะสม อาการของน้องในเวลานั้น ผมสังเกตเห็นว่าไม่มีเม็ดเหงื่อผิวหนังร้อน หากปล่อยไว้จะรุนแรงมากขึ้นซึ่งอาจจะชักหรือหมดสติได้ ผมจึงต้องรีบถอดอุปกรณ์ดำน้ำและขยับชุดเว็ทสูทของน้องเขาให้หลวมเพื่อระบายความร้อน 

จากนั้นก็เดินไปตักน้ำที่ท้ายเรือมาหนึ่งขัน แล้วบอกให้วักน้ำขึ้นลูบหน้าลูบตาก่อน เพราะขืนเอาน้ำราดลงไปทีเดียวเลย ร้อนๆเจอน้ำเย็นฉับพลันก็เกรงว่าอาจจะเจ็บป่วยได้อีก พอสังเกตว่าอาการเริ่มทุเลาสีหน้าดูดีเป็นปกติขึ้น ก็ให้เอาน้ำรดตัว แล้วก็ได้ลงดำน้ำในที่สุด


ทริปนั้น ผมเลยเป็นพระเอกไปเลยครับ โดยเฉพาะกับสาวน้อยนักดำน้ำคนนั้น แต่ก็แค่ในทริปนะครับ จริ๊งๆๆๆๆๆ เชื่อสิ.....

ขอบคุณภาพถ่ายจาก พี่เกียรติ อึ้งภากรณ์


Heat Stroke หรือ ลมแดด 

เกิดจากอุณหภูมิในร่างกายสูงมากกว่า 40 องศาเซลเซียส หรือ 103 องศาฟาเรนไฮ

การแสดงอาการ

ผิวหนังร้อน แดง ไม่มีเหงื่อ ชีพจรเต้นแรงและเร็ว ปวดหัว วิงเวียน คลื่นไส้ และอาจรุนแรงถึงขั้นชัก หรือหมดสติ

การดูแลเบื้องต้น

- ถอดชุดเว็ทสูทออก

- ทําให้อุณหภูมิร่างกายลดลง โดยการเช็ดตัว หรือแช่ในน้ำ

ในรายที่อาการหนัก

- ไม่ให้น้ำดื่มแก่ผู้ป่วยในรายที่ไม่รู้สึกตัว และหากอาเจียนด้วยให้จับผู้ป่วยตะแคงเพื่อป้องกันการสําลัก