ผี-พุทธ-พราหมณ์ : รากเหง้า ‘สังคมบนบาน’ (ตอนที่ ๒)

การบนบานเกี่ยวพันกับพื้นฐานความเชื่อเรื่องผีของสังคมไทย ทั้งยังสะท้อนถึงระบบอำนาจในสังคม และลัทธิพิธีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง นั่นคือ ‘การทรงเจ้าเข้าผี’


งานวิจัยของ พระครูสิริรัตนานุวัตร แห่งสถาบันวิจัยพุทธศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.๒๕๕๖ เรื่อง ‘การบนบาน บวงสรวง : แนวคิด หลักการ อิทธิพลต่อสังคมไทย’  ระบุว่าความเป็นมาของการบนบานและบวงสรวงไม่ใช่แต่พิธีกรรมของชาวบ้านเท่านั้น  ทางพุทธศาสนาก็มีพิธีกรรมนี้เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย


...พลีกรรม ๕  เป็นลักษณะการทำหน้าที่ทางสังคมที่ดี สงเคราะห์ซึ่งกันและกัน หนึ่งในพลีกรรม ๕ ได้แก่ เทวดาพลี คือปฏิบัติตนที่ดีต่อเทวดา อัญเชิญมาร่วมพิธีเพื่อรับรู้และขอให้ช่วยคุ้มภัย ให้โชคลาภ ให้ปลอดภัยแก่ชีวิต มีกรณีตัวอย่างที่ทำพิธีบนบาน บวงสรวงแล้วได้ผล นั่นคือธรรมบาลกุมารที่รับท้าตอบปัญหา ๓ ราศี กับกบิลพรหมได้ชัยชนะ ก็ถือกำเนิดจากการบนบานกับรุกขเทวดาประจำต้นไทร จึงเกิดอิทธิพลแก่คนไทยทำพิธีบนบาน บวงสรวงเพื่อขอบุตรหรือโชคลาภอื่นๆ...


งานวิจัยชิ้นนี้ระบุด้วยว่าการบนบานต่างจาก ‘การอ้อนวอน’ ‘การอธิษฐาน’ ‘การขอพร’ ตรงที่การอ้อนวอน การอธิษฐาน และการขอพรไม่ต้องมีการแก้บน ส่วนการบนบานนั้นเมื่อมนุษย์ได้รับผลจากการกระทำตามที่ตนปรารถนาแล้วก็คิดตอบสนองคุณความดีของผีหรือเทพเหล่านั้น เป็นความเชื่อก่อนพระพุทธศาสนากำเนิด


ผิน ทุ่งคา เสนอไว้ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ว่าชนชั้นผู้ปกครองตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น ยอมรับ ‘อำนาจผี’ อย่างเป็นรูปธรรม ดังปรากฏใน ‘กฎหมายตราสามดวง’ ว่า

...พระอายการเบดเสรจว่า “๑๔๙ มาตราหนึ่ง ชาย, หญิง เปนชู้เมียกันเคียดฟูนน้อยใจกัน ชายก็ดีหญิงก็ดีไปบลต้นไม้อันมีผีให้ชายผัวชายชู้แลหญิงนั้นไข้เจบล้มตาย ฝ่ายผู้มิได้บลปู่เจ้าไข้เจบล้มตาย ผู้ใดไปบลปู่เจ้าพิจารณาเปนสัจ โทษตกแก่มันผู้นั้นเสมอฉมบกฤตยากระทำท่านให้ตายนั้น”...

แปลความได้ว่าหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคบชู้ แล้วอีกฝ่ายไปพึ่งอำนาจผีให้ทำร้ายฝ่ายแรกจนเจ็บป่วยล้มตาย ผู้นั้นต้องได้รับโทษอย่างรุนแรง ในฐานะเป็น ‘ฉมบ’ (ผีชนิดหนึ่ง)


หนังสือ ‘ทรงเจ้าเข้าผี’ โดย อาจารย์สุริยา สมุทคุปติ์ และคณะ ระบุว่าพุทธศาสนาให้ความสำคัญกับเพศชายในแง่ที่อนุญาตให้ผู้ชายบวชเป็นพระภิกษุสามเณรได้ ขณะที่ลัทธิพิธีนั้นร่างทรงส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

...ในตำหนักทรงซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน ไม่เกี่ยวข้องกับอำนาจการควบคุมของรัฐนั้น ผู้หญิงมีโอกาสเป็นผู้นำพิธี เป็นนักบวช เป็นตัวแทนองค์เทพ และเป็นผู้ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อนได้(โดยการใช้ไสยศาสตร์)...อย่างไรก็ตาม ในลัทธิพิธีทรงเจ้าเข้าผีไม่มีลักษณะขัดแย้งหรือแบ่งแยกออกจากพุทธศาสนาเลย ในทางตรงกันข้ามพระรัตนตรัยมีตำแหน่งสูงสุดอยู่ในโครงสร้างความเชื่อของลัทธิพิธี...


ปัจจุบันร่างทรงมีทั้งหญิงและชาย ทั้งที่อ้างตนเป็นเทพ เป็นผี และถึงขนาดอ้างตนเป็นบุคคลสำคัญที่ยังมีชีวิตอยู่!


นี่อาจเป็นลักษณะ ‘การปรับปรนทางวัฒนธรรม’ แบบ ‘ไทยๆ’ อีกเรื่องหนึ่งที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างคนกับคน และ คนกับสิ่งเหนือธรรมชาติ

 

(ติดตามตอนจบสัปดาห์หน้า)


พิธีไหว้ศาลเจ้าพ่อบ่อหลวง อ.บ่อเกลือ จ.น่าน ภาพโดยบล็อกเกอร์นาม tiaownan จาก blogspot.com


ชาวพุนพินบนบานเรือขุดโบราณ ภาพจากเว็บไซต์ horolive.com


ชุดสไบ หนึ่งในของเซ่นไหว้ยอดฮิตสำหรับเจ้าแม่ต่างๆ ภาพจากเว็บไซต์ lottery2thai.com